“เขาได้เป็นประมุขแล้วหรือ?”
หลี่หาวเหรินประหลาดใจเล็กน้อย หากพิจารณาตามอาวุโสและ
พลัง มู่ไป๋อี้ไม่ได้โดดเด่นนัก แม้แต่สือฮว่ากู๋ยังมีโอกาสเป็นประมุข
มากกว่ามู่ไป๋อี้
“คงไม่ใช่ว่าเขาให้คำมั่นอะไรไว้กระมัง เช่น การสร้างเมืองผีฝ่ง
ตู้?” หลี่หาวเหรินครุ่นคิด เนื่องจากมู่ไป๋อี้ไม่ได้มีข้อได้เปรียบในทุก
ด้าน หนทางเดียวที่อาจเป็นไปได้คือ เขาสัญญาว่าเมื่อได้เป็นประมุข
แล้วจะสร้างเมืองผีฝ่งตู้ ทำให้ฝ่ายเป็นกลางโน้มเอียงมาสนับสนุนมู่ไป๋
อี้
“แต่ก็ไม่น่าใช่ ลัทธิจิ่วอิ่วจนขนาดนั้น แม้แต่ชิ่นห่าวเหรินยังถูก
เจ้าหนี้ไล่ล่าทุกวัน จะมีเงินที่ไหนมาสร้างเมืองผีฝ่งตู้?”
หลี่หาวเหรินคิดไม่ตกว่าเป็นไปได้อย่างไร
“มู่ไป๋อี้ชำนาญเรื่องวิชาร่างแยกและวิชาแปลงกาย ทั้งชายหญิง
เด็กแก่เขาสามารถแปลงได้ทั้งหมด มู่ไป๋อี้เล่าว่า
ตอนที่เขายังเป็นเด็ก
ฝึกอยู่ในสำนัก เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องล้วนไม่ชอบไปฟังสอนที่โรงฝึก
แต่ชอบฝึกบำเพ็ญเอง แต่อาจารย์ใหญ่แห่งโรงฝึกมักจะขานชื่อ พวก
เขาจึงให้มู่ไป๋อี้ไปขานรับแทน แน่นอนว่าไม่ได้ทำฟรีๆ ต่างจ่ายลิ่นซือ
ให้มู่ไป๋อี้”
“พอดีมู่ไป๋อี้มีชาติกำเนิดไม่ดี ขาดแคลนลิ่นซือ จึงตกลงรับงาน”