อู๋อวี่เต๋าทั้งสามพบความจริงอย่างแจ่มแจ้ง บุคคลตรงหน้านี้คือศัตรูที่พวกเขาไม่อาจเอาชนะได้ อย่าว่าแต่จะชนะเลย นับตั้งแต่เริ่มศึกจนถึงบัดนี้ แม้แต่รอยแผลเพียงน้อยนิดก็ไม่อาจสร้างให้นางได้มหาเทพสูงสุดแห่งลัทธิสวรรค์ ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก“หนีเถอะ!”ทั้งสามยอมรับความจริงแล้ว เมื่อไม่อาจเอาชนะได้ ก็มีแต่ต้องหนีเพื่อรอโอกาสกลับมาแก้แค้นอีกคราว!ร่างกายเคลื่อนที่ช้ากว่าวิญญาณมากนัก ทั้งสามล้วนเป็นนักรบผู้ผ่านศึกมามากมาย จึงเลือกทางรอดที่ถูกต้องในทันที่ — ปล่อยวิญญาณออกจากร่าง แยกย้ายกันหนี!“โชคดีที่อีกฝ่ายเป็นเพียงจิตหนึ่งของเซียนเท่านั้น ไม่อาจไล่ล่าพวกเราทั้งสามพร้อมกันได้ อีกทั้งพลังแผ่นดินนั้นเคลื่อนย้ายไม่สะดวก หากนางต้องการไล่ล่าพวกเรา จ าต้องสละพลังแผ่นดิน แต่หากนางสละพลังแผ่นดิน พลังจะอ่อนถอยลง แม้ไล่ตามมาทัน ก็ไม่อาจเอาชนะพวกเราได้!”ทั้งสามโล่งอก กลายเป็นแสงแวบวาบหลบหนีไป……
เซียนอมตะมองดูทั้งสามจากไปอย่างปล่อยวาง แล้วเบนสายตากลับมาเมื่อผู้ปกครองแคว้นลี่เห็นว่าการต่อสู้จบสิ้นลงแล้ว ก็รีบมายังสนามรบ ทว่า ณ ที่นั้นเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณสามร่าง กับพลังแผ่นดินที่ไร้ผู้ครอบครองเขาเห็นดังนั้น จึงรีบใช้ตราแคว้นหวงดึงพลังแผ่นดินกลับคืนมาชิวจิ้นอันเหลียวมองไปรอบๆ แล้วคารวะ “ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือเมื่อครู่ ยังไม่ทันได้ถามว่าท่านเป็นใคร?”ข้างกายชิวจิ้นอันว่างเปล่า ชายหมวกกระดาษขาวหายตัวไปนานแ