สุ่ยรีบเร่งมาถึงในไม่ช้าฝ่ายเจ้าหน้าที่เมืองฮั่นสุ่ยสามารถตัดสินใจจากเสียงการต่อสู้ได้ว่าทั้งสองฝ่ายมีวิทยายุทธ์ระดับสูง ขุนนางที่ออกจากเมืองมานั้นก็มีผู้มีวิทยายุทธ์สูงสุดอยู่ในขั้นรวมร่างเช่นกัน“ที่แท้เป็นท่านชิวนี่เอง” ขุนนางแห่งเมืองฮั่นสุ่ยจ าชิวจิ้นอันได้อย่างชัดเจน ท่าทีนอบน้อม ประสานมือค านับในฐานะขุนนางราชส านัก การจดจ าเจ้าส านักทั้งห้าได้ถือเป็นมารยาทขั้นพื้นฐานเพราะเจ้าส านักทั้งห้ามีอ านาจตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเป็นเหมือนกระบี่อันคมกริบเคยมีเหตุการณ์ที่ท่านเต๋าปู้อวี่ละเมิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง เมื่อขุนนางเห็นว่าท่านเต๋าปู้อวี่มีชื่อเสียงใหญ่โตจึงคิดจะเลี่ยงกฎหมายแต่ใครจะคิดว่าท่านเต๋าปู้อวี่ไม่พอใจ น าเรื่องนี้ขึ้นทูลฎีกาถึงฝ่าบาทโดยตรง ท าให้ขุนนางผู้นั้นถูกลงโทษ
ท่านเต๋าปู้อวี่เองก็ถูกจ าคุกเพราะความผิดของตนหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ ทั่วทั้งราชส านักต่างตื่นตระหนก ไม่มีขุนนางคนใดกล้าบิดเบือนกฎหมายอีก อย่างน้อยก็ไม่กล้าท าต่อหน้าทั้งห้าส านักใหญ่เพราะมีท่านเต๋าปู้อวี่ผู้เด็ดเดี่ยวที่ส่งตัวเองเข้าคุกเป็นตัวอย่างให้เห็น“ท่านคือ…” ชิวจิ้นอันไม่รู้จักผู้มาเยือน“ข้าคือเส้าหม่าแห่งแคว้นหวง อันผิง”“ที่แท้ก็คือท่านอัน” แม้จะไม่เคยพบกันมาก่อน แต่ชิวจิ้นอันก็ท าทีเป็นนึกออกในทันใด ประหนึ่งเพิ่งจ าได้“ข้าเห็นเปลวไฟพุ่งสูงฟ้าจากในเมือง มหาสุริยันลอยอยู่กลางอากาศ ไม่ทราบว่าเกิดอะไร