!” จ้าวปั้วมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อ ผู้ควบคุมศพมีร่างกายที่อ่อนแอกว่าคนทั่วไป แต่ท่านลู่ต่อสู้ด้วยหมัดอรหันต์ที่ทรงพลัง พี่หวังหมิงกลับสามารถรับมือได้อย่างเท่าเทียม“ท่านไม่ได้อยู่ในขั้นแก่นทองค าตอนต้นใช่ไหม เป็นขั้นแก่นทองค าตอนกลางสินะ?” ลู่หยางพูดพลางนึกถึงค าพูดของจ้าวปั้วที่บอกว่าตนเองและหวังหมิงอยู่ในขั้นแก่นทองค าตอนต้นเหมือนนนกัน“ท่านคิดอย่างนั้นหรือ?”“หมัดของข้าใช้พลังเต็มก าลัง หากเป็นขั้นแก่นทองค าตอนต้นแล้วสามารถรับมือได้ ข้าคงต้องถือว่าฝึกฝนมาโดยเปล่าประโยชน์แล้ว”หวังหมิงแค่นเสียงหึ ไม่ตอบเขาไม่คาดคิดว่าลู่หยางจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือ ยากจะรับมือ
“ผมของข้า!”หวังหมิงก าลังจะโจมตีอีกครั้ง แต่กลับพบว่าเส้นผมของตนร่วงหล่นเป็นปอยๆ ดุจหิมะ“เอกภาพแห่งหมัด?!” หวังหมิงวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่คิดว่าในขั้นแก่นทองค าจะมีคนที่ท าได้ถึงขั้นนี้เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องผม แต่สนใจพรสวรรค์ของลู่หยางมากกว่า“เอกภาพแห่งหมัดคืออะไร?” จ้าวปั้วงุนงง ไม่เคยได้ยินแนวคิดนี้มาก่อนเมิ่งจิ่งโจวจ้องมองหวังหมิง คิ้วขมวดแน่น ไม่ได้ตอบค าถามความรู้เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ส านักควบคุมศพจะสอนศิษย์ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงที่หวังหมิงเพิ่งเป็นศิษย์ของประมุขส านักไม่นาน ความรู้พวกนี้มาจากไหนกัน?ตูม——ทั้งสองคนต่อสู้กันอีกครั้ง โจมตีด้วยพลังที่น่าตกใจ ลู่หยางใช้ไฟสามรสโจมตี หวังหมิงตอบโ