สามคนรู้สึกว่าตาของพวกเขาพร่ามัว กลิ่นหอมโชยมา ร่างผู้บำเพ็ญเซียนหญิงที่สวมผ้าคลุมหน้าสีขาวปรากฏตัวต่อหน้าสามคน
แม้จะสวมผ้าคลุมหน้า แต่ก็ไม่ได้มีผลในการปิดบังเท่าไร ลู่หยางยังสามารถมองเห็นใบหน้าจริงของหัวหน้าหุบเขาผ่านผ้าคลุมหน้า เป็นผู้บำเพ็ญเซียนหญิงที่งดงามยิ่ง
“อาจารย์ไม่เข้าภวังค์แล้วหรือ?”
หลัวอวี่เอามือปิดปาก หัวเราะคิกคัก
“เข้าภวังค์เสร็จแล้ว”
หัวหน้าหุบเขาสวมชุดขาวทั้งร่าง บุคลิกสง่างาม ให้ความรู้สึกมั่นคงมาก นางสำรวจจ้าวปั้วและลู่หยาง ไม่นานก็ตัดจ้าวปั้วออกไป
“มองไม่ออกว่าเป็นแก่นทองคำแบบไหน เจ้าคือศิษย์สำนักเว่นเต๋าหรือ?”
ลู่หยางประสานมือ ค้อมตัวคารวะ
“คารวะหัวหน้าหุบเขา ข้าคือลู่หยาง ศิษย์สำนักเว่นเต๋า ศิษย์ของท่านเต๋าปู้อวี่”
“ที่แท้ก็เป็นศิษย์ของเจ้าโจรเฒ่าปู้อวี่ หน้าตาก็น่ามองกว่าเจ้าโจรเฒ่าปู้อวี่มากนัก เจ้าสามารถเรียกข้าว่าหัวหน้าหุบเขาซวง เสี่ยซานเหรินส่งเจ้ามาหาข้าหรือ?”
ลู่หยางรู้สึกว่าน้ำเสียงของหัวหน้าหุบเขาราบเรียบ แต่แฝงกลิ่นอายสังหาร เดาสถานการณ์ไม่ออก ได้แต่ฝืนพูดว่า
“ข้าตั้งใจไปที่สำนักควบคุมศพ ด้วยได้ยินชื่อเสียงของหุบเขาเฉียนชิงมานาน จึงมาเข้าพบหัวหน้าหุบเขา”
“สำนักควบคุมศพ? ไปหาพวกเขาทำไม เจ้าโจรเฒ่าปู้อวี่ตายแล้วพวกเจ้าจะเอาเขาไปทำเป็นซากศพมีชีวิตหรือ?”
“ข้ามีเพื่อนคนหนึ่ง ติดคำสาปที่แก้ยากมาก ผู้อาวุโสที่สี่แนะนำให้พวกเราไปที่สำนักควบคุมศพเพื่อแก้ป