หลังจากฟังเรื่องเล่าของผู้ใหญ่บ้านจบ สองหนุ่มถึงบางอ้อ
“น่าแปลกใจที่ซากศพเหล่านี้แข็งแรงขนาดนี้ ไม่เหมือนว่าคนธรรมดาจะสามารถสร้างขึ้นได้ ที่แท้มันเป็นซากศพที่หลงทาง”
“เรื่องซากศพมีชีวิตหลงทางเป็นเรื่องที่พบเห็นบ่อยหรือ?”
ผู้ใหญ่บ้านส่ายหน้า
“จะเป็นไปได้อย่างไร ข้ามีชีวิตมาแปดสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นซากศพมีชีวิตที่ไร้เจ้าของ ก่อนหน้านี้แค่เคยได้ยินคนพูดถึงเท่านั้น”
“ขอถามหน่อยว่า อะไรที่ทำให้ซากศพมีชีวิตไร้เจ้าของได้?”
“ข้าเคยได้ยินมาว่า ซากศพมีชีวิตไร้เจ้าของนั้นมีสาเหตุอยู่สองสามประการ อย่างแรกคือเจ้านายเสียชีวิตแล้ว ซากศพเลยขาดการควบคุม เร่ร่อนไปทั่ว อย่างที่สองคือเจ้านายตั้งใจปลดปล่อยการควบคุมซากศพมีชีวิต หรือไม่ก็อย่างที่สาม คือซากศพเกิดการย้อนกลับ แล้วกินเจ้านายของมันเสีย”
“จากท่าทีของซากศพมีชีวิตในหมู่บ้านของพวกเรา มันไม่ได้กระหายเลือด คงไม่ใช่กรณีที่สามแน่”
“มีวิธีหาเจ้านายของซากศพหรือไม่?”
เมื่อได้ยินลู่หยางถามเช่นนี้ ผู้ใหญ่บ้านแสดงสีหน้ากลัดกลุ้ม คิ้วขมวดเป็นปม สุดท้ายก็ถอนหายใจ
“มีสิ”
“ผู้ควบคุมศพทุกคนจะทิ้งเครื่องหมายเฉพาะของตนไว้บนซากศพมีชีวิตของตน เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ซากศพมีชีวิตในหมู่บ้านของพวกเรามีเครื่องหมายเดียวกันที่ข้อมือขวา ลักษณะเป็นแบบนี้”
ผู้ใหญ่บ้านนั่งยองๆ ลงบนพื้น ใช้นิ้วมือวาดวงกลมสามวงที่เชื่อมต่อกัน ตรงกลางวงกลมเขียนตัวอักษร “ผี” เอาไว้
“หา