ณ์นั้นมาแล้ว จึงกลายเป็นสำนักที่หลีกหนีโลก”
“หากให้สำนักเทียนเช่อช่วยจัดการ คงทำให้ศิษย์น้องเมิ่งเปลี่ยนจากไม่สามารถเจอผู้หญิง เป็นไม่สามารถเจอผู้ชายแทน”
“งั้นลองสาปศิษย์น้องเมิ่งให้มีเรื่องชู้สาวทุกวัน สองคำสาปจะหักล้างกันไหม?”
“ฟังดูเป็นวิธีที่ใช้ได้นะ ใครพอจะสาปได้บ้าง? ผู้อาวุโสที่สี่ ท่านทำได้ไหม?”
ผู้อาวุโสที่สี่กลอกตา รู้สึกว่าพี่น้องร่วมสำนักคิดว่าเขาเก่งเกินไป
“ไม่ได้ ข้าเรียนมาแค่วิธีแก้คำสาป ไม่ได้เรียนวิธีสาปคน
ถ้าข้ารู้วิธีสาปให้มีเรื่องชู้สาว ข้าคงสาปตัวเองก่อนแล้ว”
“ผู้อาวุโสที่สี่ ท่านเป็นถึงผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อ จะมัวยุ่งกับเรื่องชู้สาวอะไร?”
“เอาอย่างบัณฑิตโบราณ นั่งกอดสาวงามแต่ไม่ทำอะไร ฝึกจิตใจของสุภาพบุรุษ”
“ขุนนางที่ไปหอนางโลมก็อ้างแบบนี้ทั้งนั้น”
“พวกเขาลอกมาจากข้า”
“มีใครเคยไปทะเลตะวันออกเรียนวิชาสาปไหม? หลักการคล้ายกับคำสาป อาจจะแก้ปัญหาได้”
“ผู้อาวุโสที่แปด ท่านเคยไปทะเลตะวันออกนี่ เรียนมาไหม?”
“ไม่ได้เรียน ตอนนั้นโดนชาวทะเลไล่ฆ่าตลอด ไม่มีเวลามาเรียนวิชาสาปหรอก”
ขณะที่ผู้อาวุโสประชุมปรึกษาเรื่องคำสาปของเมิ่งจิ่งโจว ลู่หยางก็พยายามขอความช่วยเหลือจากเซียนโบราณในพื้นที่จิตวิญญาณ
ตามหลักการแล้ว ในเมื่อตนมีไพ่ตายเป็นเซียนโบราณ และยังเป็นเซียนโบราณที่แข็งแกร่งที่สุดด้วย
ไม่ว่าตนจะเจอปัญหาอะไร เซียนโบราณก็ควรจะมีวิธีแก้ไข
“ท่านเซียนมีวิธีอื่นอีกไหม?”
“มี”
“คืออะไร?