งๆ
“แม้ตอนนั้นข้ายังไม่ได้เป็นเซียน แต่บดดวงดาวหนึ่งสองดวงยังง่ายนิดเดียว”
“หลังจากทำลายดวงดาวหนึ่งดวง ข้าก็พบว่าแก่นของดวงดาวซ่อนค่ายกลไว้
ด้วยความสงสัย ข้าจึงไปหาดวงดาวอีกแปดดวง ใจกลางของดวงดาวทั้งแปดก็มีค่ายกลเหมือนกัน”
“ตามที่ข้าคาดเดา เมื่อดวงดาวทั้งเก้าเรียงแถว ค่ายกลเหล่านี้จะเกิดการสั่นพ้อง ทำให้เกิดการระเบิดใหญ่”
“นี่เป็นการจงใจ?!”
เซียนอมตะกล่าวเสียงแค้น “ใช่ ก็เจ้าหมอสือชังนั่นแหละ มันอาศัยชื่อนักพยากรณ์ สร้างความวุ่นวาย
หาผลประโยชน์มหาศาล ความจริงภัยพิบัติใดๆ ที่พวกมันทำนาย ล้วนเป็นสิ่งที่พวกมันวางแผนไว้ลับๆ!”
“ข้าโกรธมาก ฆ่าสือชัง ตระกูลซือฮ่วงออกหน้าขอโทษขอโพย เสนอค่าตอบแทน ข้าก็ไม่ฟัง ฆ่าไม่ยั้ง
ตระกูลซือฮ่วงเห็นข้าไม่ให้หน้า ขัดขวางเส้นทางข้ามพิบัติของข้า”
เซียนอมตะพูดฮึดฮัด “ขัดขวางก็เปล่าประโยชน์ พรสวรรค์ข้าหาได้ยากในหมื่นปี ถึงเวลาขั้นข้ามพิบัติก็ต้องขั้นข้ามพิบัติ!”
ลู่หยางปรบมือแปะๆ
แผนร้ายในยุคโบราณช่างน่ากลัว คิดแผนถึงระดับดวงดาวเลย จะมีคนเดือดร้อนสักเท่าใด?
ขณะที่ลู่หยางกำลังครุ่นคิดถึงแผนร้ายลับๆ ในยุคโบราณว่าน่ากลัวเพียงใด ก็ได้ยินเซียนอมตะถามว่า
“เอาละ เจ้าอยากเรียนวิชาฝ่ามือหุบเขาไหม? ข้ารู้วิชานี้”
“ฝ่ามือหุบเขา? ข้าหรือ?” ลู่หยางมองดูฝ่ามือน้อยๆ ของตน รู้สึกว่าเซียนอมตะประเมินตนสูงเกินไป