ติก็ขึ้นอวกาศได้
ขอแค่มีคนตั้งใจสักคน นั่งเฝ้าข้างดวงดาวสักสองสามปี ก็คำนวณออกมาได้แล้ว
ถ้าเจอคนที่ใช้เวลาเป็น บางทีนั่งเฝ้าแค่ครึ่งชั่วยามก็คำนวณออกมาได้
“ตอนนั้นเรายังนิยมใช้ดวงดาวทำนายโชคชะตา มีนักพยากรณ์ใหญ่คนหนึ่งชี้ไปที่กลุ่มดาวหนึ่ง บอกว่า
เขาคำนวณได้ว่า เมื่อดาวเก้าดวงเรียงแถว ดินแดนที่พวกมันอยู่จะเกิดความระส่ำระสาย
ผู้คนต้องอพยพลี้ภัย ดินแดนดาวนั้นถูกทำลายย่อยยับ”
“ตามกฎการเคลื่อนไหวของดวงดาว ดาวเก้าดวงเรียงแถวจะเกิดขึ้นในอีกสามปี!”
“นักพยากรณ์ใหญ่ผู้นี้ชื่อ สือชัง ตระกูลซือฮ่วง มีชื่อเสียงโด่งดัง ทำนายถูกครึ่งหนึ่ง”
“เจ้าก็รู้ ผู้บำเพ็ญบางคนเชื่อเรื่องโชคชะตา บางคนไม่เชื่อ ทุกคนจึงเริ่มถกเถียงว่าจะรับมือภัยพิบัติครั้งนี้อย่างไร”
“พวกที่เชื่อเรื่องโชคชะตา เห็นว่าอาจารย์สือชังพูดถูก ต้องรีบอพยพคนออกจากดวงดาวเหล่านั้น
ไปยังดวงดาวอื่น มีดวงดาวที่อยู่อาศัยได้แต่คนเบาบางให้เลือกมากมาย”
“พวกที่ไม่เชื่อคิดว่าไม่จำเป็นต้องอพยพสิ่งมีชีวิตหลายร้อยพันล้านเพียงเพราะคำพูดของคนเดียว
การอพยพจะทำให้สิ่งมีชีวิตตายมากมาย เมื่อไปถึงดวงดาวใหม่ ต้องเริ่มต้นใหม่หมด ต้องใช้เวลากี่ชั่วคนกว่าจะฟื้นฟู?”
“เช่นนั้นท่านเซียนเป็นฝ่ายเชื่อหรือไม่เชื่อ?”
“ข้าฟังแล้ว ก็เอาดวงดาวไร้ผู้คนดวงหนึ่งบดให้แตก เท่านี้ดาวเก้าดวงเรียงแถวก็ไม่มีวันเกิดขึ้น!”
ลู่หยางชูนิ้วหัวแม่มือให้เงียบๆ คิดว่าเซียนอมตะช่างเก่งจริ