ญาณจับมา แต่กลับยกให้ตนเอง
“นี่… ไม่เหมาะกระมัง?”
ลู่หยางยืนกอดอกหัวเราะ
“ฮ่าๆ มีอะไรไม่เหมาะกัน สองลัทธิของเราเป็นพันธมิตรกัน ถือเป็นของขวัญเจอหน้ากันแล้วกัน
พวกเจ้าลัทธิจิ่วอิ่วมีข้อมูลมากกว่าพวกเรา
ข้อมูลที่พวกเจ้าได้จากปากนักปราชญ์โบราณผู้นี้ย่อมมีประโยชน์ต่อลัทธิจิ่วอิ่วมากกว่าพวกเรา”
รองประมุขสี่พยักหน้าในใจ
จริงด้วย ลัทธิจิ่วอิ่วของพวกเขายังมีข้อมูลผู้บำเพ็ญโบราณอื่นๆ อีก
หากนำมาผนวกกับข้อมูลจากชายชราร่างผอมแห้ง ก็จะเข้าใจความเคลื่อนไหวของผู้บำเพ็ญโบราณมากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บำเพ็ญโบราณสำคัญมาก อาจช่วยให้หาขุมสมบัติโบราณได้ เพิ่มพูนคลังทรัพย์สิน
ท่าทีเมินเฉยต่อผู้บำเพ็ญโบราณของลัทธิสวรรค์ แสดงว่าพวกเขาไม่ได้สนใจผู้บำเพ็ญโบราณเลย
รากฐานของลัทธิสวรรค์ต้องน่าสะพรึงกลัวแค่ไหน
การกระทำของรองประมุขลู่นี้ เป็นการขายความดีให้ลัทธิจิ่วอิ่ว หรือว่าเป็นกว่าการข่มขวัญกัน?
รองประมุขสี่ไม่อาจหยั่งถึงทัศนคติของลู่หยาง
ในใจคิดว่าสมแล้วที่เป็นรองประมุขลัทธิสวรรค์จิตใจลึกล้ำเหลือเกิน คนรุ่นเดียวกันไม่มีใครเทียบได้
รองประมุขสี่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ประสานมือคำนับ “หากเช่นนั้นก็ขอบคุณมาก”
ผู้อาวุโสใหญ่เก็บของคล้ายอิฐ นำตัวชายชราร่างผอมแห้งส่งให้รองประมุขสี่
“น่าโมโห หมอนวิเศษของข้าดันถูกใช้เป็นหมอนจริงๆ!”
เซียนอมตะโกรธจนไม่พอใจ นางเห็นชัดว่าของในมือผู้อาวุโสใหญ่คือหมอนวิเศษผักเหลียงของตน