เมื่อชายชราร่างผอมแห้งเห็นว่ารองประมุขสี่สามารถกดข่มตนในทุกด้าน
เขาคิดในใจว่าแย่แล้ว ไฉนคนรุ่นหลังถึงได้แข็งแกร่งนัก เกินคาดการณ์ของเขาไปมาก
ตัวเขาถือเป็นหนึ่งในผู้บำเพ็ญฝ่ายมารขั้นรวมร่างที่แข็งแกร่งที่สุดในราชวงศ์ต้าอวี๋
ผู้ที่สามารถทำให้เขารู้สึกกดดันได้มีเพียงมารขั้นรวมร่างระดับสูงสุดเท่านั้น
บัดซบ! ช่างโชคร้ายเสียจริง ออกมาหลอมธงวิญญาณหมื่นดวง กลับหลอมได้แต่พวกสัตว์ที่ฟังคำสั่งไม่รู้เรื่อง
ตอนนี้ยังมาเจอศัตรูขั้นรวมร่างระดับสูงสุดอีก
ยุคทองยังไม่ทันปะทุเต็มที่ ก็มาเจอคู่ต่อสู้ระดับนี้แล้วหรือ?
หากยังสู้ต่อไป คนที่แพ้คงเป็นเขาแน่!
หนี!
ชายชราร่างผอมแห้งไม่สู้ต่อ หันหลังเตรียมหนีทันที ประสบการณ์ชีวิตอันโชกโชนบอกเขาว่า
พ่ายแพ้ชั่วครั้งชั่วคราวไม่ได้หมายความว่าจะพ่ายแพ้ตลอดไป หากเขาหมั่นฝึกฝน วันหน้าค่อยกลับมาแก้แค้น
จะมีใครเยาะเย้ยการหนีของเขาในวันนี้กัน?
เขาไม่คิดจะทำอะไรกับลู่หยางและเถาเหยาเยี่ย สองคนนี้แม้จะมีรากฐานมั่นคง แต่ระดับการบำเพ็ญยังต่ำเกินไป
คงเป็นศิษย์ของอีกฝ่าย
ในสายตาของพวกผู้บำเพ็ญฝ่ายมาร พวกเขาให้ความสำคัญกับตนเองเป็นอันดับแรก
การจับตัวศิษย์มาข่มขู่นั้น ในสายตาของผู้บำเพ็ญฝ่ายมารนับเป็นเรื่องน่าขบขัน
ชายชราร่างผอมแห้งทิ้งมารทั้งหกตัวไว้เพื่อขัดขวาง ส่วนตัวเขาเกลายเป็นลำแสงสายหนึ่ง หนีหายไป
“บัดซบ! เจ้าแก่นี่หน้าด้านจริงๆ บอกจะหนีก็หนีเลย!”
รองประมุขสี่สบถออกมา อ