รที่ลู่หยางไปพบรองประมุขลัทธิมารนั้นเป็นเรื่องอันตราย สำนักเวิ่นเต๋าย่อมต้องส่งคนมาคุ้มครอง
แต่เดิมลู่หยางไม่คิดจะให้ใครตามมา แต่ไม่รู้ว่าผู้อาวุโสใหญ่ไปได้ยินจากที่ไหนว่าเขากับเถาเหยาเยี่ยจะไปพบรองประมุขสี่
จึงอาสามาคุ้มครองเอง และยังอ้างว่าคุ้มครองอนาคตของสำนักเวิ่นเต๋าด้วย
ลู่หยางเห็นผู้อาวุโสใหญ่ทำเช่นนี้ ก็รู้ว่าแสร้งคุ้มครองเขาเป็นเรื่องรอง ที่จริงอยากออกโรงเองมากกว่า
รองประมุขสี่เมื่อมั่นใจว่าผู้อาวุโสใหญ่เป็นพันธมิตร ก็วางใจลง ย่อตัวลงไปตบหน้าชายชราร่างผอมแห้งสองที
พร้อมเค้นถามเสียงเข้ม
“พูดมา! เจ้าฆ่าสัตว์พวกนั้นทำไม!”
ชายชราร่างผอมแห้งโกรธจัด รู้สึกว่ารองประมุขสี่ช่างดูหมิ่นเขาเหลือเกิน
“ข้าเป็นโรคจิตรึไง ถึงจะไปฆ่าสัตว์ ข้าเป็นผู้บำเพ็ญฝ่ายมาร ไม่ใช่เจ้าของโรงฆ่าสัตว์!
ถ้าข้ารู้ว่ากลิ่นคาวเลือดพวกนั้นมาจากโรงฆ่าสัตว์ ข้าจะเสียแรงไปหลอมธงวิญญาณหมื่นดวงทำไม?”
รองประมุขสี่เห็นว่าที่ชายชราร่างผอมแห้งพูดก็มีเหตุผล จึงตบหน้าเขาอีกสองที
“พูดมา! ชาวบ้านหายไปได้อย่างไร!”
“ชาวบ้านอะไร ตอนข้าไปที่นั่น ไม่มีคนแล้ว!”
ชายชราร่างผอมแห้งงุนงง เขากับรองประมุขสี่ไม่มีความแค้นเวรกัน
ทำไมอีกฝ่ายจู่ๆ ก็มาจับผิดเขาเช่นนี้?
“แปลกนี่ ไม่ใช่ฝีมือเจ้าหรือ?”
“ไม่ใช่!”
รองประมุขสี่เห็นว่าชายชราร่างผอมแห้งไม่ได้โกหก พวกเขาล้วนเป็นผู้บำเพ็ญฝ่ายมาร
ไม่จำเป็นต้องปกปิดเรื่องการฆ่าคน
“เรื่องประหลาด”
……
ส