“เจ้าอยากไปมณฑลเหยียนเจียงกับข้าไหม?” ลู่หยางถามเมิ่งจิ่งโจว
เห็นได้ชัดว่าเมิ่งจิ่งโจวสนใจ แต่เขาก็ยังส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้าต้องฝึกฝนเงาให้แข็งแกร่งก่อน ยังไปไม่ได้”
เมิ่งจิ่งโจวรู้สึกว่าถ้าผู้อาวุโสที่สามมาตรวจสอบความก้าวหน้าแล้วพบว่าตนเองละเลยการฝึกฝน คงจะไม่จบง่ายๆ แน่
เห็นได้ชัดว่าเส้นทางการบำเพ็ญเซียนนั้นอันตรายเพียงใด
“งั้นก็ได้” ลู่หยางทำปากยื่น ไปคนเดียวก็คงจะเหงาหน่อย
“เอ๊ะ น้องเถา ทางนี้” ที่เชิงเขา ลู่หยางเห็นเถาเหยาเยี่ยอยู่ไกลๆ ดูจากท่าทางที่เดินไปมาอย่างไร้จุดหมาย คงจะว่างอยู่
“พี่ลู่ มีอะไรหรือ?” เถาเหยาเยี่ยมีรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก น่ามอง กิริยาท่าทางมีเสน่ห์เป็นธรรมชาติ
เห็นได้ชัดว่าในอนาคตจะต้องเป็นหญิงงามที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ
“อยากเข้าร่วมลัทธิสวรรค์ของพวกเราไหม?” ลู่หยางชวนอย่างกระตือรือร้น
ในฐานะรองประมุข เขาต้องรับสมาชิกที่มีพรสวรรค์เข้ามาให้มากขึ้น
“เจ้าคงไม่เคยได้ยินชื่อลัทธิสวรรค์มาก่อน นี่เป็นลัทธิอันดับหนึ่งของ…”
“ได้สิ”
“หืม?”
ลู่หยางชะงัก เถาเหยาเยี่ยยิ้มตอบตกลงทันที
“เจ้าเคยได้ยินชื่อลัทธิสวรรค์มาก่อนหรือ?” ลู่หยางคิดในใจว่าบางทีผู้อาวุโสที่กูอาจจะเคยเล่าเรื่องนี้ให้เถาเหยาเยี่ยฟัง
“ไม่เคยนะ”
“แล้วทำไมถึงตอบตกลงเร็วขนาดนี้”
เถาเหยาเยี่ยยิ้มเจ้าเล่ห์ กะพริบตาปริบๆ “พี่ลู่จะหลอกข้าหรือ?”
“แน่นอนว่าไม่มีทาง!”
“งั้นก็ใช่ไหมล่ะ พี่ลู่ชวนข้าเข้าลัทธิสวรรค์ ก็ต้องห