นวคิดแบบนี้
“พอแล้ว ไปฝึกกันเถอะ!” ผู้อาวุโสที่สามโบกมือ ไล่ศิษย์ทั้งหลายให้แยกย้าย
“ศิษย์พี่จ้าว ที่อาจารย์พูดถึงคือท่านใช่ไหม โกนหัวจนเกลี้ยงเชียว เหมือนบวชเณรเลย”
เมิ่งจิ่งโจวหัวเราะล้อเลียน
ศีรษะของศิษย์พี่จ้าวเกลี้ยงเกลาวับวาว เหมือนโดนหมัดอรหันต์ของลู่หยางซัดมา
ศิษย์พี่จ้าวกลอกตา “ข้าไม่ได้กลัวความยุ่งยากในการฝึกผม นี่เป็นการคิดการณ์ไกล”
“คิดการณ์ไกลอย่างไร?”
“น้องเมิ่งลองคิดดู ตอนต่อสู้ถ้าคู่ต่อสู้จับผมเจ้าได้ จะไม่จำกัดการเคลื่อนไหวของเจ้าหรือ
ผมคือจุดอ่อนนะ! เพื่อกำจัดจุดอ่อน ข้าโกนผมทิ้งจะผิดตรงไหน?”
ลู่หยางแอบจดจำประเด็นนี้ไว้ หลังจากนี้เมื่อใช้หมัดอรหันต์กับใคร จะได้อธิบายแบบนี้
อีกฝ่ายคงเข้าใจเจตนาดีของตน
เมิ่งจิ่งโจวส่ายหน้า คิดวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่า
“งั้นศิษย์พี่จ้าวไว้ผมสั้นไม่ดีกว่าหรือ แบบนี้คู่ต่อสู้จับผมเจ้าไม่ได้
แถมผมเจ้ายังเป็นเหมือนหนามเม่น ใช้โจมตีได้ด้วย!”
ดวงตาของศิษย์พี่จ้าวเป็นประกาย รู้สึกว่าเมิ่งจิ่งโจวพูดมีเหตุผลมาก
เขาตบไหล่เมิ่งจิ่งโจวแรงๆ จนเมิ่งจิ่งโจวปวดจนต้องยิงฟัน
“น้องรัก ข้าจะไปไว้ผมสั้น ข้าจะไปหอคัมภีร์ดูซิมีวิชาที่ช่วยเร่งการงอกของเส้นผมไหม!”
ศิษย์พี่จ้าวพูดจบก็วิ่งจากไป รีบร้อนยิ่งนัก
“น้องเมิ่ง มานี่!” ลู่หยางโบกมือ
เมิ่งจิ่งโจวรีบเดินเข้าไปหา “มีอะไร มาแอบเรียนวิชาที่ยอดเขาฝึกร่างกายของพวกเราหรือ?”
“ไปให้พ้น คนของลัทธิเก้าวิญญาณติดต่อ