แม้ข้าจะประกาศให้รางวัลสูงก็ไม่มีใครตอบรับ บ้างก็เป็นของต้องห้าม ไม่อนุญาตให้รวบรวม”
“เพลิงแท้ก็นับเป็นของต้องห้ามด้วยหรือ?”
“เช่น เพลิงแท้แห่งราคะในบรรดาเพลิงแท้ เพียงแค่เปลวไฟนิดเดียว ก็ทำให้คนเกิดราคะ หยุดไม่ได้
หากไม่ระบาย ก็จะอัดอั้นตายเอา ราชสำนักเห็นว่าเพลิงแท้ชนิดนี้อันตรายเกินไป จึงสั่งห้ามรวบรวม”
“แน่นอน หากข้าต้องการรวบรวมก็คงหาได้ หอนางโลมลับบางแห่งใช้เพลิงนี้
แต่เพลิงนี้ไม่มีประโยชน์ต่อการหลอมอาวุธ จึงไม่จำเป็นต้องรวบรวม”
ผู้อาวุโสที่ห้าอุ้มเปลวไฟสีเขียว ยิ้มบางๆ “ไม่รู้ว่าเจ้าเคยได้ยินหรือไม่ นี่คือเพลิงแท้ปราศจากราคะที่คู่กับเพลิงแท้แห่งราคะ
มาจากดินแดนพุทธะทอง จุดเพลิงนี้ในใจ จะทำให้เจ้าปราศจากราคะตัณหา จิตใจบริสุทธิ์มุ่งมั่นในวิถีธรรม”
“ตอนหนุ่มๆ ข้ากับผู้อาวุโสที่สามเที่ยวไปถึงดินแดนพุทธะทอง ตั้งใจจะหาเพลิงแท้แห่งราคะในหอนางโลม
น่าเสียดายที่โชคไม่ดี ไม่พบเพลิงแท้แห่งราคะในหอนางโลม แต่กลับพบพระอรหันต์ผู้บรรลุธรรมในหอนางโลม”
“พระอรหันต์องค์หนึ่งเห็นว่าข้ากับผู้อาวุโสที่สามมีพุทธภูมิลึกล้ำ เห็นว่ามีวาสนา จึงมอบเพลิงแท้ปราศจากราคะให้ข้า
พระอรหันต์องค์นั้นยังสาธิตหมัดอรหันต์ให้ผู้อาวุโสที่สามดู
ผู้อาวุโสที่สามบรรลุธรรม กลับมาก็สร้างหกท่าสั่นสะเทือนฟ้า”
ลู่หยาง “…”
ทำไมข้าจำได้ว่าผู้อาวุโสที่สามโดนคนใช้หมัดอรหันต์ซ้อมในดินแดนพุทธะทอง กลับมาเพียรพยายาม จึงสร้างหกท่าสั่น