ห้หินหยกกับศิษย์พี่อวี้แล้ว เจ้ายังไม่ได้รับหรือ?”
ลู่หยางมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ความจำเสื่อม จึงส่ายหน้าแน่วแน่
“แปลกแฮะ งั้นเจ้าไปถามศิษย์พี่อวี้ดูว่าเกิดอะไรขึ้น?”
ลู่หยาง “……”
จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าค่าลิขสิทธิ์ก็ไม่สำคัญเท่าไหร่
ไม่ ไม่ คิดแบบนี้ไม่ได้ นี่มันหินหยกที่ข้าควรได้ ต้องไปถามพี่ใหญ่ให้รู้เรื่อง!
“เซียน เรื่องนี้ให้ท่านช่วยจัดการได้ไหม?”
เซียนอมตะกำลังดูเรื่องสนุก ทำไมถึงมาลากนางเข้าไปยุ่งด้วย?
“หา?”
“เซียนไม่กลัวพี่ใหญ่ใช่ไหม?”
“ใช่ แค่เด็กอวี้ ใครจะไปกลัว?” เซียนอมตะเชิดหน้าพูด นางไม่อาจแสดงความกลัวต่อหน้าลู่หยาง
ลู่หยางปรบมือให้กับความกล้าของเซียนอมตะ
“เราใช้ร่างเดียวกัน เรื่องของท่านก็คือเรื่องของข้า เรื่องของข้าก็คือเรื่องของท่านใช่ไหม?”
“ใช่”
“งั้นให้เซียนไปถามพี่ใหญ่ก็เหมาะสมแล้วใช่ไหม?”
“ก็เหมือนจะใช่… ได้ วางใจเถอะ เรื่องนี้ฝากข้าได้เลย!” เซียนอมตะตบอกรับปาก
“ยังมีอีกเรื่อง” ลู่หยางพูดพลางหยิบกระบี่เซียนที่เซียนอิงเทียนหลอม และเซียนฉี่หลินเคยใช้ออกมาจากแผ่นหยกประจำตัว “ท่านช่วยดูกระบี่เล่มนี้ให้หน่อย ซ่อมได้ไหม?” กระบี่ชิงเฟิงเล่มเดียวไม่พอใช้ ลู่หยางอยากหลอมกระบี่อีกเล่ม
พอเห็นกระบี่ ดวงตาของผู้อาวุโสที่ห้าก็เบิกกว้าง ริมฝีปากสั่นระริก “พระเจ้า นี่มันกระบี่เซียน กระบี่ที่เซียนหลอม เจ้าไปเจอที่ไหน?”
“ได้มาจากแผงลอยในงานฉลองแคว้นชิง”
ผู้อาวุโสที่ห้ามองลู่หยางอย่างอ