ารสังเกตอย่างละเอียดของข้า”
“เจ้าสังเกตเห็นอะไร?”
“ตอนที่ข้าจ้องมองแมลง มันสั่นด้วยความกลัว เห็นได้ชัดว่ามันกลัวข้า ทำไมมันถึงกลัวข้า ข้าคิดไปคิดมา ข้ามีรากฐานโสดคู่ อีกทั้งยังใช้หมัดสาปโสดเป็น แมลงพิษที่ข้าจะต้านได้โดยธรรมชาติก็คือ แมลงพิษผูกรักนั่นเอง!”
ลู่หยางรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรภูมิใจ
“ภาพวาดเป็นนายพลหญิงผู้พิทักษ์เรือนใช่หรือไม่?”
มีภาพวาดชนิดหนึ่ง เมื่อแขวนไว้ในบ้านจะสามารถป้องกันปีศาจร้ายบุกรุกได้
“ไม่ใช่”
“ไผ่เป็นไผ่หมึกที่เหี่ยวแห้งใช่หรือไม่?”
เมื่อบดไผ่หมึกให้เป็นผง ผสมน้ำ สามารถใช้เป็นหมึกวาดภาพได้
“ไม่ใช่”
“ห่วงเหล็กเป็นกำไลวัชระของปลอมใช่หรือไม่?”
“ไม่ใช่”
มีคนสามคนยกมือเดาทางด้านหน้าลู่หยาง ล้วนเดาผิดหมด
หลานถิงและไป๋หมิงยังคงพลิกหนังสืออยู่ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะพบคำตอบ
ลู่หยางแอบถามเซียนอมตะ “เซียนรู้จักสิ่งของเหล่านี้หรือไม่?”
เซียนอมตะหาวด้วยความเบื่อหน่าย “ล้วนเป็นของเล่นไร้สาระ”
“หญิงในภาพมีชีวิต หรือพูดอีกอย่างคือสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกยามจื่อ หญิงในภาพจะเคลื่อนไหว เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย วันนี้สวมชุดเกราะ พรุ่งนี้อาจสวมกระโปรงยาว มะรืนนี้อาจสวมชุดนักพรต วันถัดไปอาจสวมชุดนอน ไม่ซ้ำกันตลอดทั้งปี”
“ก็ไม่มีพลังโจมตี แค่แปลกตาเท่านั้น ข้าก็เปลี่ยนเสื้อผ้าได้ทุกวันเหมือนกัน” เซียนอมตะพยายามพิสูจน์ว่าตนเหนือกว่าภาพ
ลู่หยางมองเซียนอมตะที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยหลัง