ป๋ หมิงพาทั้งสี่มาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง สามชั้น แม้จะสร้างชั่วคราวด้วยเวทมนตร์ แต่ตกแต่งเหมือนร้านเก่าแก่พันปี เห็นได้ว่าใส่ใจ
เซี่ยวเอ้อเห็นไป๋ หมิงเข้ามา ถามอย่างกระตือรือร้น “ท่านอาจารย์ ท่านต้องการบิณฑบาตหรือ?”
“…ข้ามากินข้าว”
“กินเจหรือ?”
ไป๋ หมิงโกรธ “ข้าไม่ใช่พระ!”
เซี่ยวเอ้อนึกถึงข่าวลือหนึ่ง ในยุทธภพมีวิชายุทธ์ชนิดหนึ่ง ใช้เส้นผมเป็ นอาวุธ เส้นผมแต่ละเส้นสามารถใช้เป็ นอาวุธได้ พลังมหาศาล แต่วิชานี้มีข้อเสีย คือเส้นผมที่ใช้แล้วจะไม่งอกใหม่ ใช้ไปหนึ่งเส้นหายไปหนึ่งเส้น
มีคนเก็บคัมภีร์วิชานี้ได้ บาเพ็ญจนแตกฉาน เจอศัตรูที่แข็งแกร่ง ต่อสู้กับศัตรูจนผมร่วงหมด จึงออกบวช
ดังนั้นจึงมีคนสงสัยว่าวิชานี้เป็ นวิชาที่พุทธสานักแพร่ออกมา เพื่อหาคนบวช
เซี่ยวเอ้อมองไป๋ หมิงด้วยสายตาสงสาร อีกคนที่ยอมรับไม่ได้ที่ผมร่วงหมด
“อ้อใช่ นี่ให้เจ้า ใช้ไปก่อน” เห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ลู่หยางจึงหยิบวิกผมออกมา ส่งให้ไป๋ หมิง
ตั้งแต่เรียนรู้หมัดอรหันต์ ลู่หยางมักเตรียมวิกผมไว้ เผื่อไว้ไม่เสียหาย นี่ไง ตอนนี้ก็ได้ใช้แล้ว
ไป๋ หมิงมองวิกผมที่ต้นเหตุของเรื่องยื่นมาให้ กลั้นความอยากชักหอกแทงลู่หยางให้ตาย หงุดหงิดสวมวิกผม
หมัดอรหันต์ของลู่หยางไม่ถึงกับท าให้ผมร่วงแล้วไม่งอกใหม่ สวมวิกผมประทังไปหนึ่งเดือนก็พอ
“แนะนาหน่อย นี่คือเหยียนเทียนจื้อจากสานักเจี้ยนอวี่ เขาไม่ค่อยชอบพูด” ไป๋ หมิงแนะน า
เหยียนเทียนจื้อพยักหน