กลืนกินไอขาว ลมปราณยืดยาวไม่สิ้นสุด ความอึดน่าตกใจ ดวงตาสุกสว่าง ราวกับแสงอรุณ คล้ายกับแก่นทองหงเหมิงในตานานอย่างยิ่ง น่าเสียดายที่บันทึกทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับแก่นทองหงเหมิงมีน้อยนัก ชราภาพไม่กล้าฟันธง คนรุ่นหลังช่างน่าเกรงขามจริงๆ”
ผู้เฒ่าขงรู้สึกว่าไม่เพียงแค่ตัวเอง แม้แต่เรียกนักปราชญ์แก่ๆ จากหอวิชาการในเมืองหลวงมาต่อแถวดู ก็ไม่แน่ว่าจะมองออกว่าเป็ นอย่างไร
…
บนเวทีประลอง ภายใต้การโจมตีของหลานถิงและไป๋ หมิง ลู่หยางถอยร่นติดๆ ตกอยู่ในสถานการณ์ล าบาก
“ลู่หยาง เลิกแกล้งท าได้แล้ว ข้ารู้ว่าเจ้ามีวิชาร่างแยก” ไป๋ หมิงเห็นลู่หยางแสดงท่าทีอ่อนล้า ไม่กล้าประมาท พลังของลู่หยางไม่ใช่แค่ที่แสดงออกมาเท่านี้แน่
ตอนที่เอาชนะเขาได้ ไม่ใช่ร่างจริงของลู่หยาง แต่เป็ นร่างแยกของเขา!
“หลอกไม่ส าเร็จสินะ” ลู่หยางท าท่าล าบากใจ เขายังอยากล่อให้ไป๋ หมิงเข้ามาใกล้ แล้วจากนั้นก็ใช้วิชาปลูกต้นไม้แยกร่างเป็ นสองคน เล่นงานไป๋ หมิงให้ตาย
“วิชาร่างแยก?” ดวงตาคู่งามของหลานถิงมองลู่หยางอย่างสนใจ ศิษย์พี่ลู่หยางถึงกับเรียนรู้เวทมนตร์แบบนี้ได้ สมแล้วที่เป็ นคนที่มีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์สูงที่สุดเท่าที่นางเคยพบ
ลู่หยางหยิบเมล็ดบัวคู่แฝดออกมา ใช้วิชาปลูกต้นไม้ ดอกบัวบาน ลู่หยางและร่างแยกดอกบัวยืนอยู่บนกลีบบัว
“ต่อให้มีร่างแยกแล้วอย่างไร จิตวิญญาณของเจ้าจะควบคุมสองคนพร้อมกันได้หรือ?” ไป๋ หมิงรู้จุดอ่อนของวิชาร่างแ