นต้นควรมีหรือ?!”
ไม่ต้องพูดถึงเทคนิคการต่อสู้ แค่พลังและความเร็วที่ลู่หยางทั้งห้าแสดงออกมา ก็บดขยี้พวกเขาแล้ว
ความคิดที่จะเทียบชั้นที่เพิ่งผุดขึ้นในใจหยวนจื้อก็ถูกดับลง
เขาสงสัยว่าหากต่อสู้กับคนใดคนหนึ่งในห้าคนนั้น ตนเองคงรับไม่ถึงสิบกระบวนท่า
แม้จะเป็ นแก่นทองระดับสามชั้นบนเหมือนกัน ช่องว่างถึงกับมากมายถึงเพียงนี้หรือ?
“ท่านผู้เฒ่าขง ศิษย์สานักเซียนทั้งห้านี้มีแก่นทองอะไรกันบ้าง ท่านดูออกหรือไม่?” บนเวทีประลองไม่ใช่งานชมแก่นทอง แก่นทองไม่ได้ปล่อยออกมาให้ทุกคนชม พวกเขาได้แต่คาดเดาจากรายละเอียดปลีกย่อยในการต่อสู้
น่าเสียดายที่ประสบการณ์ของพวกเขามีจากัด จึงมองไม่ออกว่าเป็ นอย่างไร
ผู้เฒ่าขงขมวดคิ้วแน่น สิ่งที่เขามองออกก็ไม่มากนัก “ตอนนี้สิ่งที่แน่ใจได้คือ พวกเขาล้วนสร้างแก่นทองระดับหนึ่ง และเป็ นแก่นทองระดับหนึ่งที่อยู่ในอันดับต้นๆ ด้วย”
ทุกคนพยักหน้า หากไม่ใช่เช่นนั้น ก็ไม่อาจอธิบายได้ว่าทาไมพลังรบของศิษย์สานักเซียนทั้งห้าถึงสูงถึงเพียงนี้
“คนที่ชื่อเมิ่งจิ่งโจวผู้นั้น พลังหยางพุ่งทะยาน เดือดพล่านท่วมท้น ราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ ผีร้ายพันธุ์หลีกหนี ดูคล้ายแก่นทองสุริยะ ยิ่งคล้ายแก่นทองบริสุทธิ์หยาง แต่ดูเหมือนไม่ว่าจะเป็ นแก่นทองชนิดใด ก็ไม่อาจถึงระดับนี้ได้ แปลกนัก หรือว่าจะมีแก่นทองที่มีพลังหยางแรงกล้ายิ่งกว่าแก่นทองสุริยะและแก่นทองบริสุทธิ์หยาง?”
“ศิษย์หญิงผู้นั้น เบาสบายดุจเซียน