โครม– โครม– โครม–
บนเวทีประลอง ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวปะทะกันด้วยหมัดและเท้า เสียงดังราวฟ้าร้อง วิชาเคลื่อนที่ร่างกายและย่างก้าวของทั้งคู่วิเศษสุดยอด เพียงขยับตัวเล็กน้อยก็หลบหลีกการโจมตีได้
การควบคุมพลังของทั้งสองทำให้ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำที่อยู่ด้านล่างตากระตุก กลืนน้ำลาย การต่อสู้รุนแรงถึงเพียงนี้ กลับไม่มีพลังรั่วไหลออกมาแม้แต่น้อย ยากจะเชื่อว่าพวกเขาเพิ่งอยู่ขั้นแก่นทองคำตอนต้นเท่านั้น
ไม่สิ หรือควรพูดว่า นี่เป็นความสามารถในการควบคุมที่ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำจะมีได้หรือ?
“เจ้ามีหมัดสาปโสด สู้หนึ่งต่อสามได้แน่นอน!”
“พูดเหลวไหล หมัดสาปโสดของข้าใช้ได้กับผู้ชายเท่านั้น ใช้แล้วยังทำให้พลังรบของพวกเขาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวอีก! เจ้ามีหมัดอรหันต์ตระกูลลู่ แค่สามคนกลัวอะไร”
“ล้อเล่นหรือ ถ้าข้าใช้หมัดอรหันต์ หลานถิงจะไม่ปล่อยข้าไว้แน่ ทั้งสำนักวังเซียนเยว่กุยก็จะไม่ปล่อยข้าด้วย!”
“อีกอย่าง เจ้าไม่อยากได้ที่หนึ่งหรอกหรือ ที่หนึ่งข้ายกให้เจ้าแล้ว!”
“ก็ไม่ได้รีบร้อนขนาดนั้น ที่หนึ่งให้เจ้าเถอะ”
พวกเขาต่อสู้กัน แย่งชิงตำแหน่งที่สอง
สู้หนึ่งต่อหนึ่ง พวกเขาไม่กลัวใคร แต่ถ้าพูดถึงสู้หนึ่งต่อสาม เว้นแต่สมองจะถูกแก่นทองอมตะแทนที่ไปแล้ว ไม่มีใครกล้าเสี่ยงขนาดนั้น
ลู่หยางพยายามจะกระโดดลงจากเวที แต่ถูกเมิ่งจิ่งโจวกดบ่าดึงกลับ เมิ่งจิ่งโจวพยายามจะกระโดดลงจากเวที แต่ถูกลู่หยางจับข้อมือขว้างกลับมา
สองคนแ