งขันเขากับลู่หยางตกลงกันว่าคนละสามคน ทาไมฝั่งเขาถึงมีห้าคน?
ทายาทตระกูลเหยียนไม่ให้เมิ่งจิ่งโจวมีเวลาคิดมาก มือซ้ายถือขวาน มือขวาถือวลัย หมุนอาวุธในมืออย่างรวดเร็ว ราวกับมังกรทะลวงเมฆ เหยี่ยวโฉบฟ้ า กระบวนท่าคมกริบรวดเร็ว ทาให้คนต้องสะท้าน
กู้ชีเซิงเกร็งกล้ามเนื้อทั้งตัว ปลายหอกสั่น พุ่งแทงใส่เมิ่งจิ่งโจวด้วยความเร็วราวสายฟ้ า พลังลมปราณปั่นป่ วน ลมกรรโชกพัด ภาพยิ่งใหญ่น่าตื่นตา
อีกสามคนก็ไม่ได้อยู่เฉย ค่ายกลจ้าแสงผุดขึ้นใต้เท้าเมิ่งจิ่งโจว เท้าทั้งสองของเมิ่งจิ่งโจวราวกับจมอยู่ในโคลน เคลื่อนไหวไม่ได้
นกกระดาษที่ประกอบจากยันต์บินออกมาจากแขนเสื้อหยางเสียนอี้ทีละตัว ปิดกั้นทุกช่องทางหลบหลีกของเมิ่งจิ่งโจว
ซือหม่าเหอท่องคาถาเบาๆ ส่งเข้าหูทายาทตระกูลเหยียนและกู้ชีเซิง ดวงจิตของทั้งสองสะอาดบริสุทธิ์ จิตสานึกเพิ่มขึ้นชั่วคราว พวกเขาทิ้งการรบกวนจากภายนอกทั้งหมด ทุ่มเทให้กับการต่อสู้อย่างเต็มที่ อาวุธในมือเพิ่มพลังขึ้นอีกส่วน!
การร่วมมือที่ราบรื่นของทั้งห้าทาให้ผู้คนใต้เวทีอุทาน แม้แต่ผู้บาเพ็ญขั้นแก่นทองคาที่เห็นก็ยังเปลี่ยนสีหน้า รู้สึกว่าสถานการณ์แบบนี้ยุ่งยากมาก ยอมรับว่าตนเองคงหนีไม่รอด
การที่ขั้นแก่นทองคาถูกขั้นสร้างฐานทาร้ายก็เป็ นเรื่องน่าอับอายมากอยู่แล้ว
ลู่หยางละสายตา มองไปที่โจวฝางเกอ รู้สึกสงสัย “มีแค่เจ้าคนเดียวหรือ? ดูเหมือนเจ้าจะอยู่แค่ขั้นสร้างฐานช่วงปลายนะ?”
โจวฝางเกอตกใจ