ป็นเรื่องรอง สำคัญคือจะใช้วิชาลวงตาอย่างไร” เถาเหยาเยี่ยสงสัย ไม่เข้าใจความหมาย “ข้าใช้วิชาลวงตาเองได้นี่”
ลู่หยางส่ายหน้า “แน่นอนว่าเจ้าใช้ได้ แต่เจ้าจะไปใช้วิชาลวงตาทุกที่ได้อย่างไร ไม่ตายก็เหนื่อยตาย”
“เจ้าก็บอกว่าอยากใช้วิธีนี้หาเงิน อยากหาเงินก็ต้องขยาย จะขยายก็ต้องมีวิธีใช้วิชาลวงตาที่สะดวกกว่านี้ อย่างเช่นยันต์”
“ถ้าข้าจำไม่ผิด ยันต์เป็นสื่อกลางที่พบบ่อยที่สุดในการบรรจุวิชาลวงตา”
เถาเหยาเยี่ยก้มหน้าคิดถึงคนที่ควรไปขอคำแนะนำ “เรื่องยันต์นี่… เจ้าสำนักเก่งเรื่องวิชากระบี่ ผู้อาวุโสที่หนึ่งเก่งเรื่องสร้างความฝัน ผู้อาวุโสที่สองเก่งเรื่องค่ายกล ผู้อาวุโสที่สามเก่งเรื่องฝึกร่างกาย ผู้อาวุโสที่สี่เก่งเรื่องขงจื๊อ ผู้อาวุโสที่ห้าเก่งเรื่องหลอมของวิเศษ อาจารย์เก่งเรื่องร่างเซียน ผู้อาวุโสที่เจ็ดเก่งเรื่องปรุงยา ผู้อาวุโสที่แปดเก่งเรื่องหลอกลวงต้มตุ๋น”
“ดูเหมือนในหมู่ผู้อาวุโสไม่มีใครเก่งเรื่องนี้ ต้องขอความช่วยเหลือจากพี่น้องร่วมสำนักหรือ?”
ลู่หยางเงียบไปครู่หนึ่ง อดพูดไม่ได้ “…มีความเป็นไปได้ไหม ที่ผู้อาวุโสที่แปดนอกจากเก่งเรื่องหลอกลวงต้มตุ๋นแล้ว ยังเก่งเรื่องยันต์ด้วย?”
แม้จะมีข่าวลือว่า ตอนท่านเต๋าปู้อวี่เพิ่งขึ้นเขา เป็นผู้อาวุโสที่แปดที่เลี้ยงดู วางรากฐานที่มั่นคงให้ท่านเต๋าปู้อวี่เติบโตผิดทางในภายหลัง
แม้เมื่อเก้าร้อยปีก่อน ผู้อาวุโสที่แปดหลอกให้ลัทธิจิ่วอิ่วคลังว่างเปล่า บีบ