ด้วยความช่วยเหลือของแก่นทองอมตะ ลู่หยางหนีจากเงื้อมมือหุ่นกลได้สำเร็จ
ในตอนที่ลู่หยางก้าวพ้นยอดเขาเทียน หุ่นกลก็หยุดไล่ล่า ยืนอยู่ไม่ไกลมองลู่หยางค่อยๆ ห่างออกไป
“ดีนะที่หุ่นกลลงจากเขาไม่ได้” ลู่หยางถอนหายใจ เขาค้นพบมานานแล้วว่าหุ่นกลมีขอบเขตการเคลื่อนไหว ไม่สามารถออกจากยอดเขาเทียนได้
“พี่ลู่ ทำไมรีบวิ่งขนาดนั้น บนยอดเขาเทียนมีอันตรายหรือ?” เสียงของเถาเหยาเยี่ยดังขึ้นข้างหลังลู่หยาง
บนยอดเขาเทียนมีศิษย์พี่ใหญ่อยู่ จะมีอันตรายได้อย่างไร?
“ไม่ ไม่มีอะไรหรอก แค่นานแล้วไม่ได้วิ่ง ยืดเส้นยืดสายหน่อย” ลู่หยางจะพูดได้อย่างไรว่ามีหุ่นกลไล่ตีเขา พูดออกไปก็อายเขาหรอก
“ตอนนี้มีธุระหรือไม่? ช่วงนี้ข้ามีความคิดใหม่เกี่ยวกับวิชาลวงตา อยากแลกเปลี่ยนกับเจ้าสักหน่อย”
ลู่หยางคิดดู ตอนนี้ก็ไม่มีธุระอะไรจริงๆ “ได้สิ ไปยอดเขาอู่เฉินไหม?”
ระหว่างทางไปยอดเขาอู่เฉิน ลู่หยางถามขึ้นลอยๆ “น้องมีความคิดใหม่อะไรเกี่ยวกับวิชาลวงตาหรือ?”
“เป็นความคิดที่ได้มาตอนที่พี่ พี่เมิ่ง น้องหมานรวมร่างกัน พวกท่านสมัครใจรับวิชาลวงตาของข้า ข้าจึงคิดว่า วิชาลวงตาจะใช้นอกการต่อสู้ได้หรือไม่?”
“นั่นเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ พูดต่อสิ?”
“การใชวิชาลวงตา จุดยากที่สุดคือการทำให้อีกฝ่ายจมดิ่งในภาพลวงตา งั้นทำไมเราไม่คิดกลับกัน มีกรณีที่อีกฝ่ายสมัครใจจมดิ่งในภาพลวงตาหรือไม่?”
ลู่หยางครุ่นคิด ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดถึงปัญหานี้ เขารู้สึกว่าจับค