จะสั่งสอนนาง ไม่ให้หยิ่งผยองพองตัว จึงอ้างว่าจะชี้แนะสักสองสามอย่างแล้วลงมือ
ผลลัพธ์ไม่ต้องพูดถึง คนที่ถูกชี้แนะกลับเป็นเจ้าสำนักทั้งห้า พวกเขาถูกหยุนจือเล่นงานจนแตกกระเจิง
เจ้าสำนักทั้งหลายรู้สึกว่าการถูกรุ่นหลังเอาชนะนั้นไม่ค่อยดูดีนัก ส่วนใหญ่กลับรู้สึกหงุดหงิด
หยุนจือเห็นพวกเขาหงอยเหงา จึงปลอบใจว่า “ข้าแค่มีระดับขั้นสูงกว่าพวกท่านเล็กน้อย ถ้าข้าจำกัดระดับขั้นให้เท่ากับพวกท่าน ก็คงไม่สามารถเอาชนะพวกท่านได้ในท่าเดียวหรอก”
สีหน้าของเจ้าสำนักทั้งหลายยิ่งแย่กว่าเดิม
ท่านเต๋าปู้อวี่เห็นเจ้าสำนักทั้งหลายเสียท่า ก็แอบสะใจอยู่ข้างๆ ในฐานะอาจารย์ของหยุนจือ เขาย่อมรู้วรยุทธ์ของศิษย์ดี นั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีทางเอาชนะได้ ใครขึ้นไปก็แพ้
เจ้าสำนักทั้งหลายจ้องท่านเต๋าปู้อวี่อย่างโกรธเคือง สู้ศิษย์ไม่ได้จะสู้อาจารย์ไม่ได้ด้วยหรือ?
พวกเขารุมเข้าใส่ ซ้อมท่านเต๋าปู้อวี่
หากเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัว ท่านเต๋าปู้อวี่ไม่กลัวใครทั้งนั้น แต่ใครจะมาสู้ตัวต่อตัวกับเขาในเมื่อสามารถรุมได้?
การแข่งขันสำนักเซียนจบลงด้วยท่านเต๋าปู้อวี่บาดเจ็บเต็มตัว
“เจ้ายังไม่เข้าใจวิชายุทธ์อย่างลึกซึ้ง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเลียนแบบวิชาของผู้อื่น แต่ความจริงแล้วคนอื่นก็ไม่ได้เข้าใจวิชายุทธ์อย่างลึกซึ้งเช่นกัน พวกเขาคิดว่าตนเข้าใจทุกอย่าง แท้จริงแล้วยังอยู่ในสภาพกึ่งเข้าใจกึ่งไม่เข้าใจ”
“ตั้งแต่เริ่มฝึกฝน ข้าก็บอกแล้วว่าแก่นแท้ข