่างไร้มลทินอยู่ที่นี่ เมื่อครู่ทุกคนใช้จิตสื่อสารกัน
“ลู่หยาง เมิ่งจิ่งโจว พวกเจ้ามีธุระอะไรหรือ?” ผู้อาวุโสที่ห้ารู้สึกแปลกใจ
ลู่หยางส่งจิตสื่อสาร “เป็นอย่างนี้ พวกเราเพื่อหลอกลัทธิจิ่วอิ่ว จึงได้ก่อตั้งลัทธิสวรรค์ขึ้นมา…”
ลู่หยางอธิบายเหตุการณ์อย่างกระชับ เมิ่งจจิ่งโจวเสริมเป็นระยะ
“เรื่องก็มีเท่านี้ ตอนนี้คนของพวกเรายังไม่พอ อยากขอให้ผู้อาวุโสทั้งหลายแสร้งเป็นผู้พิทักษ์ของลัทธิสวรรค์”
ความเงียบ เงียบอยู่นาน
ตอนที่ลู่หยางคิดว่าผู้อาวุโสทั้งหลายไม่เห็นด้วย การสื่อสารทางจิตก็เริ่มอึกทึก
“มีเรื่องสนุกขนาดนี้ ทำไมไม่บอกแต่แรก บอกก่อนข้าจะไปแทนเจ้าห้าแล้ว!”
“หาวเหรินเป็นศิษย์ข้า แน่นอนว่าต้องเป็นข้าไป!”
“น้องลู่นี่มีความคิดจริงๆ ตอนนั้นทำไมข้าถึงคิดไม่ถึงเรื่องนี้นะ?”
“ผู้พิทักษ์ลัทธิสวรรค์ ฟังดูเท่กว่าผู้อาวุโสสำนักเวิ่นเต๋าตั้งเยอะ!”
“นับข้าด้วยคนนับข้าด้วย หลอกลัทธิจิ่วอิ่วข้าถนัดที่สุด”
“ปราบมารกำจัดภูติ พวกเราต้องไม่ปฏิเสธ!”
“คราวที่แล้วพลาดเรื่องจัดการลัทธิอมตะไป คราวนี้ลัทธิจิ่วอิ่วห้ามพลาด!”
ผู้อาวุโสทั้งหลายแสดงความกระตือรือร้นเกินกว่าที่ลู่หยางจินตนาการไว้มาก ดูเหมือนพวกท่านจะนึกถึงช่วงเวลาอันสดใสเมื่อพันปีก่อนที่เคยสร้างความวุ่นวายให้โลกมนุษย์
“ข้าคลุกคลีกับสุสานมาตลอด เรียกว่าราชาแห่งปรโลกแล้วกัน”
“ข้าดูแลสวนยา เชี่ยวชาญเรื่องพืชวิเศษมาก เรียกว่าราชาร้อยยา”
“ข้าเก่งเรื่องฝ