ม่มีคนนี่?”
“คงเดินผ่านมามั้ง”
…
“ลัทธิสวรรค์เก่งจริง คุยกับฝ่ายธรรมะอย่างสนุกสนาน อีกฝ่ายยังเป็นหัวหน้าหน่วยสืบใหญ่ที่ต้องการจับลัทธิมาร นี่เป็นการแสดงความสามารถให้พวกเราดูหรือ!”
สือฮว่ากู๋เคยปะทะกับเจ้าหน้าที่ราชการหลายครั้ง รู้ว่าหัวหน้าหน่วยสืบใหญ่ระดับนี้ ล้วนมีป้ายอาญาสิทธิ์อยู่ในมือ หากหัวหน้าหน่วยสืบใหญ่เจอศัตรูที่รับมือไม่ได้ แค่บีบทำลายป้าย ก็จะมีผู้บำเพ็ญผู้ยิ่งใหญ่มาช่วย
“ท่าน จะทำอย่างไรดี?”
“กลางคืนมาต่อแถวต่อ!”
…
“พวกเราซุ่มดูที่นี่ครึ่งเดือนแล้ว ทำไมคนของลัทธิจิ่วอิ่วยังไม่มา?” เมิ่งจิ่งโจวงงงวย เขารู้สึกว่าคนของลัทธิจิ่วอิ่วน่าจะมาแล้วนะ
“หลานสาว เจ้าเฝ้าอยู่หน้าประตูทุกวัน เคยเห็นคนที่ดูเหมือนลัทธิจิ่วอิ่วไหม?”
ชิ่นเหยียนเหยียนส่ายหน้าอย่างไร้เดียงสา แม้จะมีหนึ่งสองคนที่ไม่มีเหตุผลพยายามบุกเข้ามา แต่พอโดนนางว่าสองคำ ก็ไปต่อแถวอย่างว่าง่าย ลัทธิจิ่วอิ่วไม่น่าจะมีเหตุผลขนาดนี้นะ
ลู่หยางก็แปลกใจ เรื่องลัทธิสวรรค์ที่เขาแต่งขึ้น หากเป็นคนที่รู้เรื่องยุคโบราณก็ควรเชื่อ เขาคิดว่าในลัทธิจิ่วอิ่วน่าจะมีคนแบบนี้ เมื่อเชื่อว่ามีลัทธิสวรรค์ ก็ต้องส่งคนมาแน่นอน
“รออีกหน่อย”
…
พอถึงกลางคืน สือฮว่ากู๋สามคนจำบทเรียนได้ รีบมาต่อแถวแต่เช้า คราวนี้โชคดี ข้างหน้ามีแค่ยี่สิบกว่าคน
รอครึ่งวัน ในที่สุดก็ถึงพวกเขา
“เนื้อแพะย่างสามกิโล!”