้ว่าฝีมือปลอมตัวของข้าจะไม่เชี่ยวชาญเท่าเหลาจิ่ว แต่รับมือกับแค่คนของลัทธิจิ่วอิ่วก็ไม่มีปัญหา”
“คราวนี้อาจจะมีคนของลัทธิจิ่วอิ่วระดับขั้นรวมร่างมา ต่อหน้าคนขั้นรวมร่าง แค่แวบเดียวก็มองทะลุการปลอมตัวของพวกเจ้าได้”
“ก่อนออกเดินทาง ข้าจะช่วยปลอมตัวให้พวกเจ้าทั้งสี่”
ดูเหมือนผู้อาวุโสที่ห้าจะมีความเชี่ยวชาญด้านนี้พอสมควร
หลังจากลาผู้อาวุโสที่ห้าแล้ว ลู่หยางไม่ลืมที่จะขยายจำนวนสมาชิกลัทธิสวรรค์ อยากจะเชิญเถาเหยาเยี่ยและหม่านกู่เข้าร่วมลัทธิสวรรค์ ไปมณฑลเหยียนเจียงปลอมตัวเป็นอัจฉริยะยุคโบราณ
น่าเสียดายที่ ลู่หยางไปถึงแล้วกลับพบว่าเถาเหยาเยี่ยและหม่านกู่กำลังปิดด่านอยู่
ศิษย์พี่บอกลู่หยางว่า เถาเหยาเยี่ยและหม่านกู่กำลังเสริมความแข็งแกร่งขั้นแก่นทองคำ ตอนนี้ยังออกมาไม่ได้
“อ้อใช่ท่านเซียน ท่านสอนวิชาอาคมเวทมนตร์ให้ข้าสักสองสามท่าได้ไหม ต้องเป็นแบบที่ดูเก่าแก่ เห็นแล้วรู้เลยว่าใช้ในยุคโบราณ”
ลู่หยางอธิบาย
“ท่านลองคิดดู ตอนนี้ข้าในฐานะอัจฉริยะยุคโบราณ แต่ใช้แต่ท่าไม้ตายสมัยนี้ มันจะเป็นเรื่องอะไร ง่ายที่จะเผยพิรุธนะ”
เซียนอมตะมองลู่หยางเงียบๆ คิดในใจว่าท่าไม้ตายไหนของเจ้าเหมือนท่าสมัยนี้ ย่นร่างหรือวิชาปลูกต้นไม้?
แต่นางเป็นเซียนผู้เข้าอกเข้าใจ ไม่พูดคำที่ทำร้ายจิตใจคนแบบนั้น
“ได้สิ”
“ข้ามีวิชาฝึกพลังโบราณ รวบรวมพลังวิเศษจากฟ้าดิน แสงอรุณรุ่ง ใช้มันบำรุงร่างกาย สามารถยืดอายุขัย คงความเยาว์ว