บนลานประลอง ลู่หยางยืนประสานมือไว้ด้านหลัง พู่แดงที่ด้ามกระบี่พลิ้วไหวตามสายลม มุมปากมีรอยยิ้มบาง ราวกับควบคุมทิศทางและชัยชนะของการต่อสู้ครั้งนี้ได้แล้ว
ตรงข้ามกับลู่หยางคือเถาเหยาเยี่ย ที่ทำท่าเหมือนเจอศัตรูตัวฉกาจ
แก่นทองคำทำให้นางมีความมั่นใจที่จะท้าประลองกับลู่หยาง แต่ก็แค่ความมั่นใจเท่านั้น แก่นทองคำของนางจะเอาชนะลู่หยางได้หรือไม่ นางเองก็ไม่แน่ใจ
“ยาเซียนอมตะ จะเอาชนะเถาเหยาเยี่ยได้อย่างไร?” ลู่หยางคิดว่าจำเป็นต้องให้เถาเหยาเยี่ยได้รู้พลังของแก่นทองคำของเขา
ยาเซียนอมตะให้คำตอบสั้นๆ แต่ได้ผลทันที “ใช้หมัดอรหันต์”
ลู่หยางเข้าใจทันที นึกขึ้นได้ว่าตนยังมีวิชาเด็ดเช่นนี้ หมัดอรหันต์ตระกูลลู่ ตีทีเถ้าที โดนผู้หญิงยิ่งได้ผลดี
เถาเหยาเยี่ยเห็นลู่หยางยิ้มอย่างมั่นใจในชัยชนะ ดูเหมือนจะนึกอะไรออก สีหน้าก็ซีดเผือดทันที
“ศิษย์พี่ลู่ พวกเราเป็นศิษย์พี่น้องกัน ท่านอย่าได้ใช้หมัดอรหันต์เลยนะ!”
“…ก็ได้” ลู่หยางคิดแล้วก็เห็นด้วย ทุกคนเป็นศิษย์ร่วมสำนัก ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น
“หมัดอรหันต์? คือวิชาของสำนักพุทธที่ฝึกจนสำเร็จแล้วจะกลายร่างเป็นพระอรหันต์ได้นั่นหรือ?”
ใต้เวทีประลอง บรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องกระซิบกระซาบ ไม่เข้าใจว่าทำไมเถาเหยาเยี่ยถึงกลัวหมัดอรหันต์ขนาดนี้
“คงจะใช่ ตามที่ข้ารู้ในใต้หล้านี้ไม่มีหมัดอรหันต์แบบที่สอง”
“แม้หมัดอรหันต์จะมีพลังมหาศาล แต่ด้วยพรสวรรค์ของศิษย์น้องเถำ ไม่น่าจ