ะกลัวถึงขนาดนี้นี่?”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
แม้แต่ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่รอบรู้มากมาย ก็ยังไม่เข้าใจเรื่องภายใน ชิ่นเหยียนเหยียนก็ไม่เข้าใจสาเหตุ จึงถามศิษย์พี่ใหญ่
“พี่สาว ท่านรู้ไหมว่าทำไม?”
นางกับหลี่หาวเหรินเป็นพ่อลูกในชาติก่อน แต่มารดายังไม่ได้แต่งงานกับเขา นางกับหลี่หาวเหรินจึงอยู่รุ่นเดียวกัน เมื่ออวิ๋นจือเป็นศิษย์พี่ของหลี่หาวเหริน การที่นางเรียกว่าพี่สาวก็คงไม่มีปัญหา
ไม่รู้ว่ะว่าเป็นความคิดไปเองหรือไม่ ชิ่นเหยียนเหยียนรู้สึกว่าอวิ๋นจือแย้มยิ้มบางเบา “เมื่อเทียบกับหมัดอรหันต์ทั่วไป หมัดอรหันต์ที่ลู่หยางใช้จะทำให้คนร่วงผม”
“อะไรนะ?” ชิ่นเหยียนเหยียนชะงัก คิดว่าตัวเองฟังผิด ไม่เคยได้ยินว่ามีหมัดแบบนี้มาก่อนนี่ นี่คือพรสวรรค์ของอันดับหนึ่งคนรุ่นใหม่หรือ?
บนเวทีประลอง ลู่หยางกุมกระบี่ยาว แสงกระบี่วาววับ ดุจดวงดาวหมุนวน
เถาเหยาเยี่ยกางร่มกระดาษสีแดง ร่มค่อยๆ หมุน สร้างระลอกคลื่นในอากาศ
ลู่หยางประหลาดใจที่พบว่าผู้ชมรอบข้างหายไป เวทีประลองใต้เท้าขยายออกไม่มีที่สิ้นสุด ไร้ขอบเขต
เขาตระหนักในใจ รู้ว่าตนติดกลลวงของเถาเหยาเยี่ย หากเขาคิดว่าเวทีประลองไร้ขอบเขตจริงๆ ต่อสู้อย่างไม่ระวัง อาจจะพลาดพลัดตกจากเวทีประลอง แพ้การประลองได้
ลู่หยางยกกระบี่กดลงใส่เถาเหยาเยี่ย พร้อมกับเดินเส้นลมปราณ ‘วิชาเห็นแจ้งรู้แจ้ง’ ทำลายกลลวง
ร่มกระดาษสีแดงพับลง กั้นอยู่หน้าเถาเหยาเยี่ย เถาเหยาเยี่ยรู้สึกถึงพลังที่ส่