งผ่านมาจากกระบี่ชิงเฟิง เข้าใจว่าไม่อาจปะทะกับศิษย์พี่ลู่โดยตรง นางก้าวถอยหลังอย่างเบา
ลู่หยางไม่ปล่อยโอกาสนี้ไป ไล่ติดตามต่อเนื่อง
ร่มกระดาษสีแดงนี้ไม่รู้ทำจากวัสดุอะไร ถึงกับรับการโจมตีต่อเนื่องจากกระบี่ชิงเฟิงได้
เถาเหยาเยี่ยพยายามคิดหาวิธีประวิงเวลากับลู่หยาง หวังให้เขาพลาดก้าวออกนอกเวทีประลอง แต่ไม่ว่านางจะลองอย่างไร ลู่หยางก็วนเวียนอยู่ที่ขอบเวที ไม่ก้าวออกไปแม้แต่ก้าวเดียว
“ท่านมองทะลุกลลวงของข้าอีกแล้ว!”
เถาเหยาเยี่ยพูดอย่างขัดใจ นางมั่นใจในกลลวงของตัวเองมาก แม้แต่ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำ ถึงจะรู้ว่าติดกล ก็ไม่อาจมองทะลุได้ มีเพียงลู่หยางที่มองทะลุกลลวงได้ในพริบตา
“เก่งมากแล้วนะศิษย์น้องเถา แต่ก่อนเจ้าใช้กลลวง วิชาของข้าจะทำลายโดยอัตโนมัติ คราวนี้ข้าต้องตั้งใจเดินเส้นลมปราณถึงทำลายได้”
ลู่หยางปากพูดว่าเก่ง มือก็ยิ่งใช้กระบี่โจมตีดุเดือด แม้ร่มกระดาษจะทำจากวัสดุพิเศษ แต่ร่างกายของเถาเหยาเยี่ยก็ไม่อาจทนการต่อสู้ที่หนักหน่วงเช่นนี้ได้ ทุกครั้งที่ปะทะ แขนของนางก็ชาไปหมด
“ฟัน!”
แสงกระบี่หดกลับ แล้วระเบิดออกในชั่วพริบตา สร้างเป็นรูปโค้งกลางอากาศ เถาเหยาเยี่ยต้านทานท่านี้ไม่ไหว กระเด็นออกไป
เถาเหยาเยี่ยฉวยโอกาสถอยห่างจากลู่หยาง กางร่มกระดาษสีแดง โบกตรงหน้าหนึ่งที ก็ปรากฏเถาเหยาเยี่ยอีกคนขึ้นมา
ตอนนี้มีเถาเหยาเยี่ยสองคนบนเวที ต่างถือร่มกระดาษสีแดง ยิ้มหวาน แยกไม่ออกว่าใครจริงใครปลอม