“ศิษย์พี่ลู่ ท่านไม่อยากรู้หรือว่าข้าสร้างแก่นอะไร งั้นก็อย่าใช้วิชายุทธ์”
เถาเหยาเยี่ยก็จนใจ กลเม็ดนี้ของนางเจอใครก็ควรได้เปรียบ แต่วิชายุทธ์ของลู่หยางกลับสยบนางโดยธรรมชาติ กลวิชาชั้นสูงทั้งหมดของนางเมื่อเจอลู่หยางก็เหมือนเด็กเล่นขายของ
“งั้นก็ไม่ใช้!”
ลู่หยางพูดอย่างไรทำอย่างนั้น หยิบเมล็ดบัวคู่แฝด ใช้วิชาย่นพื้นที่ร่วมกับวิชาปลูกต้นไม้ บัวคู่แฝดบาน ทำให้เกิดลู่หยางสองคน ด้านล่างเวทีฮือฮาบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องเพิ่งเคยเห็นวิชาแยกร่างแบบนี้เป็นครั้งแรก
ศิษย์น้องของลู่หยางต่างมองด้วยสายตาชื่นชม สมแล้วที่เป็นศิษย์พี่ลู่ แม้แต่วิชาที่ใช้ก็แตกต่างจากคนทั่วไป
ลู่หยางทั้งสองโจมตีเถาเหยาเยี่ยทั้งสองพร้อมกัน
ในเถาเหยาเยี่ยสองคนนี้ต้องมีหนึ่งคนเป็นร่างกลลวง ร่างกลลวงใช้วิชาได้ แต่ไม่สามารถปะทะร่างกายจริง ดังนั้นเมื่อปะทะกัน ลู่หยางก็ควรรู้ว่าคนไหนคือเถาเหยาเยี่ยตัวจริง คนไหนเป็นของปลอม
“ตูม—”
“ตูม—”
เสียงปะทะดังขึ้นสองครั้ง ลู่หยางประหลาดใจเล็กน้อย เถาเหยาเยี่ยทั้งสองคนสามารถต่อสู้ระยะประชิดได้
หรือว่าศิษย์น้องเถาเรียนวิชาแยกร่างของจริงมา? ไม่ใช่ ศิษย์น้องเถาต้องใช้กลลวงแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่ขอร้องให้เขาไม่ใช้วิชายุทธ์
แต่ถ้าเป็นกลลวง แล้วเถาเหยาเยี่ยทั้งสองคนที่ปะทะแล้วมีความรู้สึกจริงนี้จะอธิบายอย่างไร?
ศิษย์พี่ใหญ่ที่ดูการต่อสู้อยู่พยักหน้าเบาๆ รู้สึกว่าแก่นทองคำของเถาเหยาเยี่ยน่าสนใจจริงๆ นี