สือฮว่ากู๋คิดว่าตนโชคร้ายพอแล้วสำหรับวันนี้
เพิ่งถูกชิ่นห่าวเหรินที่ตายไปแล้วหลอก เป็นหนี้หนึ่งพันล้าน และโดนฟ้าผ่าเพราะยังใช้หนี้ไม่ได้
แล้วก็ต้องเล่าเรื่องลัทธิสวรรค์ให้ประมุขฟัง ตอนนี้ต้องเล่าอีกรอบ
ไม่เขียนเป็นบันทึกความทรงจำไปเลยก็ได้ จะได้ไม่ต้องรื้อฟื้นประสบการณ์เจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รองประมุขทั้งสองจ้องมองสือฮว่ากู๋ด้วยความสงสัย เสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่ดังมาก พวกเขาไม่อยากได้ยินก็ยาก
ทำไมผู้แข็งแกร่งขั้นรวมร่างถึงเจอพิบัติสายฟ้า? หรือว่าเจ้าแก่สือฮว่ากู๋นี่จะบรรลุขั้นใหม่?
สือฮว่ากู๋หน้าดำทะมึน เล่าเรื่องราวในเมืองโบราณกุ้ยเจินอย่างละเอียด แต่เน้นเรื่องลัทธิสวรรค์มากกว่าเรื่องที่ชิ่นห่าวเหรินกลับชาติมาเกิดเป็นชิ่นเหยียนเหยียน
“องค์กรที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคโบราณ สรวงสวรรค์?”
“เซียนคนแรกคือเต้าจุนถั่ว?”
“ดวงดาวเล็กเท่าเมล็ดถั่ว จัดวางได้ตามใจ นี่เป็นวิชาเทพเจ้าระดับใด!”
รองประมุขทั้งสองสูดหายใจเฮือก คนที่ชื่อลู่หยางนั่น พูดแค่สองสามประโยค ก็เผยความลับยุคโบราณมากมาย
เซียนคนแรก ช่างเป็นตำแหน่งที่ทรงคุณค่า เป็นผู้บุกเบิกวิถีเซียน เรียกว่าบรรพบุรุษแห่งเซียนก็ไม่เกินไป
ในฐานะผู้บริหารระดับสูงสุดของลัทธิจิ่วอิ่ว พวกเขารู้ความลับมากกว่าผู้แข็งแกร่งขั้นรวมร่างทั่วไป แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่รู้ว่าเซียนคนแรกคือเซียนจิ้วชง
“เซียนจิ้วชงแย่งตำแหน่งของเต้าจุนถั่ว กลายเป็นเซียนคนแรก?”
“ใครๆ ก