“เป็นไปไม่ได้!”
ชิ่นเทียนเป็นคนแรกที่คัดค้าน แต่ไม่มีใครสนใจเขา
ผู้แข็งแกร่งขั้นแปลงร่างเซียนที่อยู่เบื้องหลังเขาเกิดความคิดจะสังหาร
เขามีความรู้สึกอยากจะฆ่าลู่หยางทั้งสี่คนที่นี่ เพราะพวกเขาเป็นภัยใหญ่เกินไป
แต่พอคิดสักครู่ก็ล้มเลิกความคิดนั้น
อีกฝ่ายแสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่กลัวตน
ในฐานะอัจฉริยะแห่งยุคโบราณ จะไม่มีไพ่ตายสักสองสามใบได้อย่างไร?
หากฆ่าพวกเขาไม่ได้ในตอนนี้ วันหน้าลัทธิจิ่วอิ่วกับลัทธิสวรรค์อาจจับมือเป็นพันธมิตรกัน
เมื่อนั้นคนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือตัวเขาเอง
ลู่หยางโบกมือ ไม่สนใจท่านหมี่เลยแม้แต่น้อย
“ไม่เชื่อหรือ? พวกท่านลัทธิจิ่วอิ่วสูญเสียมรดกตกทอดไปมากมาย ไม่เชื่อก็เป็นเรื่องปกติ”
“ช่างเถอะ ข้าจะไปเอาสิ่งของที่ประมุขชิ่นซ่อนไว้มาให้ดู”
ท่านหมี่ไม่รู้สึกว่าลู่หยางเย่อหยิ่ง
เขาคิดว่าอีกฝ่ายคืออัจฉริยะเหนือโลกแห่งยุคโบราณที่ทำให้เซียนอิงเทียนต้องออกมือตัดเส้นทางเซียน
จะเอาเขาที่เป็นแค่ผู้แข็งแกร่งขั้นทารกทิพย์ธรรมดาๆ มาใส่ใจทำไม
ไม่เพียงแต่ลู่หยาง แม้แต่เมิ่งจิ่งโจว หลี่หาวเหริน และชิ่นเหยียนเหยียนที่อยู่ด้านหลังก็มีท่าทีเช่นเดียวกัน
ในบรรดาพวกเขา ชิ่นเหยียนเหยียนแสดงได้แย่ที่สุด เพราะเมื่อคืนนางซ้อมมาทั้งคืนแต่ยังดูขัดเขิน
ส่วนหลี่หาวเหริน ไม่รู้ว่าเป็นพรสวรรค์หรือได้รับอิทธิพลจากเศษความทรงจำ
แค่ซ้อมครั้งเดียวก็แสดงได้เป็นธรรมชาติ จนลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวต่างปรบมือชื่นช