ญ้าแห้งเป็นเชื้อ จุดกองฟืน
หลี่หาวเหรินผิงไฟสองมือ ทำหน้าสบายมาก “ฮู่— รอดแล้ว”
ลู่หยางหยิบซาลาเปาหลายลูกจากห่อของ เสียบไม้ ย่างบนไฟ พอเปลือกซาลาเปาเหลืองนิดๆ ลู่หยางฉีกซาลาเปาลูกหนึ่ง กลิ่นหอมผสมไอร้อนโชยมา
เมิ่งจิ่งโจวเดินดูวัดร้างรอบหนึ่ง กลับมาที่ห้องโถง “นอกจากห้องโถง ยังมีห้องอีกสองห้อง เดี๋ยวตอนนอนพอดี คนละห้อง”
“ดี”
สามคนนั่งล้อมกองไฟ กินซาลาเปากับผักดอง พลางบ่นว่าหนทางข้างหน้าไม่ง่าย ลู่หยางกังวลใจ แม้แต่ซาลาเปาในมือก็ไม่รู้สึกหอม “ไม่รู้ว่าครั้งนี้ไปเมืองหลวง จะราบรื่นหรือไม่ ได้ยินว่าในเมืองหลวงมีผู้บำเพ็ญเดินกันเกลื่อน พวกเราคนธรรมดาจะโดดเด่นที่นั่นยากยิ่งนัก”
เมิ่งจิ่งโจวโบกมือ “จำนวนผู้บำเพ็ญในเมืองหลวงไม่มากอย่างที่เจ้าคิด ยี่สิบคนมีผู้บำเพ็ญหนึ่งคนก็ดีแล้ว อยากเป็นผู้บำเพ็ญยากนัก แค่เรื่องรากฐานก็คัดคนออกเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์” ยี่สิบคนมีผู้บำเพ็ญหนึ่งคน สัดส่วนนี้น่าตกใจมากแล้ว เมืองใหญ่ใดในดินแดนกลางก็ไม่อาจถึงสัดส่วนนี้
“แม้พวกเราไม่มีรากฐาน แต่มีความรู้ติดตัว บทความต่างๆ หยิบมาใช้ได้ทันที มีมุมมองต่อการเมืองต่างจากคนทั่วไป พรุ่งนี้ออกจากเมืองซ่อวเทียน เข้าเมืองหลวงสอบ ได้รับการยกย่องจากฮ่องเต้ ได้ตำแหน่งหน้าที่ ก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้” ขุนนางมีตำแหน่งในราชวงศ์ต้าเซี่ยไม่ได้เป็นผู้บำเพ็ญทั้งหมด มีส่วนหนึ่งเป็นคนธรรมดา
เมิ่งจิ่งโจวใช้ซาลาเปาชี้หลี่หาวเหริน “อย่