้วยชาจนเต็ม ผลักไปตรงหน้าลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจว
ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวยังพูดขอบคุณโดยไม่รู้ตัว พูดแล้วถึงนึกได้ว่ากาน้ำชาเป็นแค่วัตถุวิเศษที่ไม่มีจิตวิญญาณ พูดขอบคุณไปทำไม
“ข้าได้ยินว่าน้องหลี่ช่วงนี้พักผ่อนไม่ค่อยดี?”
พูดถึงหัวข้อนี้ หลี่หาวเหรินท้อแท้ ยิ้มขื่น
“พี่ลู่เดาถูกแล้ว เรื่องที่ข้าเป็นชาติก่อนของชิ่นห่าวเหรินไม่อาจบอกคนอื่น ได้แต่ระบายกับสองท่านพี่เท่านั้น”
ลู่หยางตบไหล่หลี่หาวเหริน ทำท่าเข้าใจ
“คงจะฝันเห็นความลับมากมายของลัทธิจิ่วอิ่วสินะ และความลับพวกนั้นทำให้เจ้าทุกข์ทรมานมาก”
หลี่หาวเหรินพยักหน้า ในที่สุดก็มีคนเข้าใจตน ตื่นเต้นมาก
“ใช่! ทุกครั้งที่ข้าหลับตา เห็นแต่ตัวแดงของลัทธิจิ่วอิ่ว!”
“ค่าจ้างศิษย์ ค่าจัดการความเสียหาย ค่าเดินทาง ค่าสร้างฐานที่มั่น… ล้วนเป็นรายจ่าย ลัทธิจิ่วอิ่วไม่มีวิธีหาเงินที่ถูกต้อง มีแต่ปล้นฆ่า ได้เงินนิดหน่อย เหมือนหยดน้ำในรถเกวียน ทุกวันมีแต่ขาดทุน ขาดทุน ขาดทุน!”
“ลัทธิจิ่วอิ่วใหญ่โตขนาดนี้ กินอยู่หลับนอนล้วนต้องใช้เงิน แต่หยกวิเศษไม่ใช่ลมพัดมา จะเอาหยกวิเศษมาจากไหน?”
“คนใต้บังคับบัญชาไม่รู้สถานการณ์ คิดเพ้อฝันจะสร้างเมืองเก้าวิญญาณบนดิน ไม่ต้องพูดถึงว่าราชสำนักจะจับได้หรือไม่ ลัทธิจิ่วอิ่วมีหยกวิเศษสร้างเมืองหรือ?”
“พวกเจ้าจินตนาการออกไหม ชิ่นห่าวเหรินนั่งอยู่บนเก้าอี้ประมุขทุกวัน จัดการเรื่องต่างๆ เสร็จ ก็คิดหาวิธีหาเงิน”
“ข้าฝันในมุมมอ