แซ่ชิ่น แต่ชื่ออะไรข้าไม่รู้”
เมิ่งจิ่งโจวสงสัย
“เป็นประมุขลัทธิมารเหมือนกัน ท่านจะไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไรได้อย่างไร?”
ประมุขอธิบายอย่างจนใจ
“จริงๆ นะ ความสัมพันธ์ของสี่ลัทธิมารใหญ่ไม่ได้สนิทสนมอย่างที่พวกเจ้าคิด พวกเราโดยทั่วไปจะพบปะพูดคุยกันก็ต่อเมื่อร่วมมือกันหรือประลองวรยุทธ์และความขัดแย้งในหลักคำสอนทำให้พวกเรายากจะยืนอยู่ฝ่ายเดียวกัน”
“อย่างเช่น ลัทธิจิ่วอิ่วเชื่อว่าโลกมีการเวียนว่ายตายเกิด คนตายแล้วไปสู่เก้าวิญญาณ แต่ลัทธิอมตะของพวกเราศรัทธาในเซียนอมตะชาย เชื่อว่าเซียนอมตะชายสามารถตายแล้วฟื้นคืนชีพได้ คำสอนต่างจากลัทธิจิ่วอิ่วมาก”
“และอย่าว่าแต่พวกเราสองคนอยู่คนละลัทธิเลย แม้แต่อยู่ลัทธิเดียวกัน ก็ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันดี สมมติว่าประมุขชิ่นมีภรรยาและบุตร จะบอกลูกน้องหรือ แน่นอนว่าไม่บอก”
ลู่หยางพยักหน้า มีเหตุผล ถ้าลัทธิจิ่วอิ่วรู้ว่าซูอี้เหรินมีตัวตน ทำไมสิบกว่าปีที่ผ่านมาถึงไม่มีความเคลื่อนไหวเลย?
การมีตัวตนของซูอี้เหรินเป็นภัยคุกคามต่อลัทธิจิ่วอิ่ว ซูอี้เหรินไม่รู้ตัวตนของชิ่นห่าวเหริน ไม่รู้ที่ตั้งของลัทธิจิ่วอิ่ว แต่ลัทธิจิ่วอิ่วจะเชื่อหรือ?
น่าจะเป็นชิ่นห่าวเหรินตั้งใจปกปิดการมีตัวตนของซูอี้เหริน
“แต่เรื่องของประมุขชิ่นข้าก็รู้อยู่บ้าง หากไม่ใช้วัตถุวิเศษขั้นเซียน พละกำลังโดยรวมของลัทธิจิ่วอิ่วจะแข็งแกร่งกว่าลัทธิอมตะของพวกเราเล็กน้อย จริงๆ แล้วประมุขชิ่นเคยบ่นกับข้าเป็นกา