รส่วนตัวว่า ตอนนี้เขามีความกดดันมาก ดังนั้นข้าจึงคาดเดาว่า ตำแหน่งประมุขของชิ่นห่าวเหรินไม่มั่นคงเท่าข้า ข้างล่างมีคนมากมายที่อยากแย่งชิงอำนาจ”
“ลัทธิจิ่วอิ่วไม่มีเซียนที่พวกเขาศรัทธา พวกเขาน่าจะไม่มีวัตถุวิเศษขั้นเซียน”
ประมุขพูดอย่างภาคภูมิใจ ในบรรดาสี่ลัทธิมารใหญ่ มีแต่พวกเขาที่ศรัทธาในเซียน มีวัตถุวิเศษขั้นเซียน น่าเสียดายที่พวกเขาเอาวัตถุวิเศษขั้นเซียนในซากปรักหักพังอมตะไม่ได้ ไม่งั้นพละกำลังของลัทธิอมตะคงได้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในสี่ลัทธิมารใหญ่!
“ลัทธิจิ่วอิ่วเชื่อในตัวตนของเก้าวิญญาณ เชื่อว่าตายแล้วจะไปสู่เก้าวิญญาณ จึงไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เคยเสนอแผนการที่รุนแรงมากมาย เช่น สร้างเมืองหนึ่งเมืองเป็นประตูสู่เก้าวิญญาณ ประกาศสงครามกับราชวงศ์ต้าเซี่ย แต่ล้วนถูกประมุขชิ่นระงับไว้”
ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวได้ยินแล้วสูดลมหายใจเฮือก แผนการประกาศสงครามกับราชวงศ์ต้าเซี่ยยังกล้าเสนอ จริงๆ แล้วไม่ใช่สายลับแทรกซึมเข้ามาในระดับสูงของลัทธิจิ่วอิ่ว หวังจะกวาดล้างลัทธิจิ่วอิ่วให้หมดสิ้นหรือ?
เปรียบเทียบกับลู่หยาง ก็เหมือนเขาในฐานะประมุขลัทธิอมตะ ประกาศสงครามกับพี่ใหญ่
นี่มันโดนเซียนอมตะเข้าสิงชัดๆ
ประมุขเล่าข่าวกรองเกี่ยวกับลัทธิจิ่วอิ่วต่อไปอีกมากมาย ทำให้ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวได้ความรู้มากขึ้น
หลังฟังข่าวกรองจบ ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวคิดว่าไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีก จึงลุกขึ้นจะกลับ
“ข้าส่งทั้งส