ลู่หยางเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย ดูเหมือนจะตกใจแก่นทองคำของเมิ่งจิ่งโจว แก่นโสดสองดวง แม้แต่ท่านเต๋าเสินตู้ยังไม่กล้าทำแบบนี้ นับเป็นแก่นทองคำที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์จริงๆ เขาจัดคำพูดในใจแล้วพูดอย่างอ้อมค้อม “แก่นโสดสองดวง แน่ใจหรือว่าจะไม่ทำให้เจ้าโสดหนักกว่าเดิม?”
เมิ่งจิ่งโจวโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “เรื่องนี้เจ้าไม่เข้าใจหรอก อย่างที่ว่า สุดขั้วย่อมกลับตาลปัตร ถึงที่สุดย่อมพลิกผัน เมื่อสิ่งหนึ่งถึงขีดสุด ก็จะเปลี่ยนไปสู่อีกขั้วหนึ่ง แก่นของข้าก็เช่นกัน เมื่อความโสดถึงขีดสุด ก็ควรเปลี่ยนไปในทางที่ดี กลายเป็นมีเสน่ห์กับสตรี ตอนข้านั่งเรือบินกลับมาก็เห็นได้ชัดแล้ว”
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ตอนนั่งเรือบิน มีเศรษฐีใหม่จากที่ไหนไม่รู้ อาศัยที่มีเงินสองสามตังค์ รังแกคนที่อ่อนแอกว่า ข้าทนไม่ได้ เลยแสดงตัวว่าเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลเมิ่ง ทำเอาเขากลัวจนคุกเข่าขอร้อง ตอนนั้นมีสาวๆ หน้าตาพอดูหลายคนมาล้อมรอบข้า หลงเสน่ห์ในบุคลิกของข้า”
“…เจ้าหลอกตัวเองหนักมากนะ”
เมิ่งจิ่งโจวทำเป็นไม่ได้ยินคำเยาะเย้ยของลู่หยาง ดวงตาเป็นประกาย ราวกับอนาคตที่สดใสอยู่ตรงหน้า “สรุปคือข้าทำลายคำสาปของรากฐานโสดทุกยุคสมัยได้แล้ว กำลังจะได้เกิดใหม่!”
“อ้อ เด็กคนนี้มีแก่นที่น่าสนใจนะ”
เสียงของเซียนอมตะดังขึ้นพอดี ดึงความสนใจของลู่หยางได้สำเร็จ
“เซียน เป็นอย่างไรหรือ?”
ลู่หยางคิดในใจว่า หรือเจ้าเมิ่งจิ่งโจวจะทำลายคำสาปของรากฐาน