ุขั้นเซียนได้หรือไม่ยังไม่ต้องพูดถึง แม้จะบรรลุได้ก็ต้องรอถึงปีไหนเดือนไหน? ในยุคทองโบราณยังมีเซียนแค่ห้าคน สามแสนปีที่ผ่านมาไม่รู้มีกี่คน พี่ใหญ่ก็ไม่บอกข้า การบรรลุขั้นเซียนยากกว่าการขึ้นสวรรค์
ลู่หยางครุ่นคิด “ก็คือ เมิ่งจิ่งโจวเอาความสุขครึ่งล่างของตัวเองแลกกับความแข็งแกร่งในชีวิตที่เหลือ” น่าทึ่ง
“อืม ทำไมเจ้ามองข้าด้วยสายตาแบบนี้?”
เมิ่งจิ่งโจวรู้สึกว่าสายตาที่ลู่หยางมองมาแปลกมาก อธิบายยาก คล้าย…สงสาร? เมิ่งจิ่งโจวยืดตัว “เพิ่งสร้างแก่น ต่อสู้ในป่าทึบยังไม่จุใจ ดูข้าไปขยับตัวที่เวทีประลองหน่อย”
สร้างแก่นโสดคู่ที่ไม่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ยังไงก็ต้องอวดสักหน่อย ก่อนที่ลู่หยางจะทันรู้ตัว เมิ่งจิ่งโจวก็จ่ายเงินแล้วเดินจากไป มุ่งหน้าไปที่เวทีประลองที่คึกคักไม่ไกล ตอนนี้การต่อสู้บนเวทีเพิ่งจบ คู่ต่อสู้ลงจากเวที เมิ่งจิ่งโจวกระโดดขึ้นเวที เปล่งประกายเจิดจ้าเหมือนดวงอาทิตย์น้อยๆ “ฮ่าๆ ข้าเพิ่งสร้างแก่น ไม่ทราบว่าพี่ชายพี่สาวท่านใดจะขึ้นมาขอคำแนะนำ?”
เมิ่งจิ่งโจวคิดว่าตอนก่อนตนอยู่ขั้นสร้างฐาน สู้พี่ๆ ไม่ได้ คราวนี้ทุกคนอยู่ขั้นแก่นทองคำเหมือนกัน จะสู้ไม่ได้หรือ?
“ข้าเองแล้วกัน”
พี่ชายหัวโล้นที่ดูเหมือนฝึกร่างทองพุทธะได้ระดับหนึ่งกระโดดขึ้นเวที ยิ้มอย่างโง่ๆ “น้องเมิ่งต้องรู้จักออมมือหน่อยนะ” พี่ชายหัวโล้นชื่อเจิ้งจิ่ง มีวรยุทธ์ขั้นแก่นทองคำตอนปลาย ในหมู่พี่ๆ ขั้นแก่นทองคาก็ไม่โดดเด่น