ี่ย’”
หยุนจือยกตัวอย่างมาสองสามเรื่อง “ข้าได้ยินมาว่าในยุคเก้าผู้กล้าแห่งสำนักเวิ่นเต๋า สิ่งที่อาจารย์ทำบ่อยที่สุดคือขับกระบี่ตอนเมา ถูกข้อหาขับขี่อันตราย ต้องติดคุกคราวละหลายเดือน”
หยุนจือยังอธิบายต่อ เพื่อให้ลู่หยางเข้าใจสถานการณ์กฎหมายในปัจจุบันของราชวงศ์ต้าเซี่ย “นี่เป็นกฎหมายอาญาที่ผู้บำเพ็ญละเมิดบ่อยที่สุด ไม่ใช่แค่ขับกระบี่ ยังรวมถึงขับน้ำเต้า ขับขลุ่ยหยก และอื่นๆ ผู้บำเพ็ญหลายคนดื่มสุราแล้วไม่ยอมใช้พลังขจัดฤทธิ์สุรา เมามายลอยไปบนท้องฟ้า ราชวงศ์ต้าเซี่ยห้ามปรามเท่าไรก็ไม่เชื่อ”
“อาจารย์เคยปลอมตัวเป็นหมอดูด้วย นั่งทำท่าขลังบอกลูกค้าว่าวันนี้ท่านจะถูกผู้คนโกงเงิน หากไม่อยากถูกโกงต้องจ่ายหินวิเศษมาแก้เคล็ด ลูกค้าเชื่อคำพูดอาจารย์ จ่ายหินวิเศษให้อาจารย์แก้เคล็ด อาจารย์รับหินวิเศษแล้วบอกว่าเห็นหรือไม่ ข้าทำนายถูกใช่หรือไม่ว่าวันนี้ท่านจะถูกโกง?”
“แล้วท่านก็ถูกจับเข้าคุก”
เรื่องที่ท่านเต๋าปู้อวี่ทำมีมากมาย หยุนจือเล่าให้ลู่หยางฟังได้เพียงสองสามเรื่อง
“น้องเล็กเคยได้ยินหรือไม่ว่าอาจารย์เคยคิดค้นวิชาหนึ่งขึ้นมา เรียกว่า ‘วิชาย่อขยาย (ฉบับเฉพาะส่วน)’ เรียนรู้ง่าย ใช้ได้ไว”
ลู่หยางพยักหน้า นั่นคือวิชาที่บุรุษขยายส่วนล่าง สตรีขยายส่วนบน เป็นวิชาประหลาดที่เขาเคยได้ยินมา และยังใคร่จะเรียนรู้สักครั้ง แต่ยังไม่มีโอกาส
“แต่เดิมราชสำนักจะตั้งข้อหาอาจารย์ว่าผลิต ทำซ้ำ จัดพิมพ์ จำหน่าย และเผยแ