พร่สื่อลามกเพื่อหากำไร ผู้อาวุโสที่สี่ยืนหยัดต่อสู้อ้างเหตุผลว่าวิชานี้ของอาจารย์เป็นวิชาบำรุงร่างกาย ไม่มีเจตนาลามก ถกเถียงกันไปมา สุดท้ายราชสำนักยอมถอยหนึ่งก้าว ไม่ตัดสินว่าอาจารย์มีความผิด แต่ก็ขอให้อาจารย์เลิกเผยแพร่วิชานี้ และให้จ่ายภาษีขายหนังสือย้อนหลัง”
“ผู้อาวุโสที่สี่น่าชื่นชมยิ่งนัก!” ลู่หยางไม่คิดว่าผู้อาวุโสที่สี่ที่ปกติมองอาจารย์ไม่ค่อยดี ในยามคับขันกลับยืนหยัดปกป้อง ช่วยให้อาจารย์พ้นจากโทษจำคุก
หยุนจือมองลู่หยางแวบหนึ่ง พูดเรียบๆ ว่า “เพราะผู้อาวุโสที่สี่ก็มีส่วนร่วมในการขาย หากอาจารย์มีความผิด ท่านก็หนีไม่พ้น”
“หรืออีกนัยหนึ่งคือ หากอาจารย์มีความผิด เก้าผู้กล้าแห่งสำนักเวิ่นเต๋าจะต้องพบกันในคุกทั้งหมด”
“ไม่ว่าจะอย่างไร ครั้งนั้นอาจารย์รวยเละ เป็นช่วงที่มีเงินมากที่สุด ใช้หินวิเศษอย่างไม่คิดชีวิต”
“อาจารย์เคยเลียนแบบผู้อาวุโสผู้เฒ่าไปเที่ยวหอนางโลม ตอนนั้นอาจารย์สวมทองประดับเพชร ทำตัวเหมือนเศรษฐีใหม่ แม่เล้าดีใจจนยิ้มไม่หุบ คิดว่าได้ลูกค้ารายใหญ่ ต่อมาอาจารย์ขอใบเสร็จ แม่เล้าหน้าบึ้ง คิดว่าอาจารย์มาก่อกวน ปฏิเสธที่จะออกใบเสร็จ”
“อาจารย์เห็นว่าการกระทำของหอนางโลมเป็นการหลบเลี่ยงภาษี จึงไปแจ้งความกับทางการ สุดท้ายทางการตัดสินว่าหอนางโลมหลบเลี่ยงภาษี จับแม่เล้าเข้าคุก และตัดสินว่าอาจารย์เที่ยวหอนางโลมเสเพล จึงจับอาจารย์เข้าคุกด้วย”
“หลังจากยุคเก้าผู้กล้าแห่งสำนักเวิ่นเต