าเห็นลู่หยางใช้ร่างแยก ตะโกนด้วยความตื่นเต้น นี่คือวิชาที่มันใฝ่ฝันมาตลอด
“วิชาที่แม้แต่ข้ายังฝึกไม่ได้ เจ้าหญ้าไร้ค่าอย่างเจ้าจะฝึกได้หรือ?” ลู่หยางร่างรากบัวเผยรอยยิ้มเย็นชา เยาะเย้ยที่หญ้าเลี้ยงฟ้าไม่รู้จักประมาณตน
ลู่หยางร่างรากบัวขยับร่างเล็กน้อย รู้สึกว่ารูปลักษณ์เดิมดูดีกว่า นางดีดนิ้วทีหนึ่ง ราวกับแปลงร่าง ชั้นนอกกลายเป็นกลีบบัวอ่อนนุ่ม เมื่อกลีบบัวร่วงลงทีละกลีบ เผยให้เห็นโฉมแท้ของเซียนอมตะ
สาวน้อยเปลี่ยนจากรอยยิ้มประจำวัน มองมนุษย์และสัตว์ปีศาจมืดมิดตรงหน้า มุมปากเบ้ลง ในใจไม่พอใจอย่างยิ่ง
“พวกสกปรก ตีพวกเจ้าทำให้มือข้าสกปรก ลู่หยาง เอาผ้าปูโต๊ะของข้าออกมา พอจะใช้เป็นอาวุธได้”
ผ้าทั้งแข็งแรงทนทาน อมตะนิรันดร์แน่นอนว่าเป็นอาวุธที่ดีที่สุด
เซียนอมตะพูดไปพลาง รวบผมยาวไปด้านหลัง มัดเป็นปม เดี๋ยวต่อสู้แบบนี้จะไม่ทำให้ผมสกปรก
ลู่หยางหยิบผ้าแพรสีแดงจากป้ายประจำตัว ส่งให้เซียนอมตะ
เซียนอมตะถือผ้าแพรสีแดง สายตาเผยความทรงจำ นางสะบัดมือเบาๆ ผ้าแพรราวกับมีชีวิต แดงดั่งเพลิง ยาวดั่งมังกร ลอยพลิ้ว
“ไป!”
เซียนอมตะจับปลายผ้าแพรด้านหนึ่ง สะบัดออกไป ปลายผ้าแพรอีกด้านราวกับสายฟ้า ผ่าเจิงสัตว์ปีศาจเป็นสองท่อน
“บรรพบุรุษของเจ้าเห็นข้ายังไม่กล้าหายใจ เจ้ากลับกล้าทำร้ายลู่หยาง?”