นเถอะ ข้ากับเมิ่งจิ่งโจวก็พักที่โรงเตี๊ยมนี้เหมือนกัน”
“บังเอิญอย่างนี้เชียว?”
เถาเหยาเย่ตกใจ นึกถึงฐานะของเมิ่งจิ่งโจว “เป็นเพราะที่นี่เป็นโรงเตี๊ยมที่แพงที่สุดในด่านปราบปีศาจใช่ไหม?”
“พูดถูกแล้ว” เมิ่งจิ่งโจวยิ้ม เขาใช้แต่ของที่แพงที่สุดเสมอ โรงเตี๊ยมก็ไม่มีข้อยกเว้น
ทั้งสี่คนมาถึงห้องของเมิ่งจิ่งโจว
“พวกเจ้าสองคนมาที่ด่านปราบปีศาจได้ยังไง?”
ลู่หยางสงสัย หรือว่าพวกเจ้าก็เสี่ยงถามอายุศิษย์พี่ใหญ่ เลยถูกเนรเทศมาที่นี่เหมือนกัน?
“เมื่อสองสามวันก่อน ข้ามีความเข้าใจใหม่ในการบำเพ็ญ อยากหาคนมาแลกเปลี่ยน เลยไปหาเจ้าที่เขาประตูสวรรค์ ศิษย์พี่ใหญ่บอกว่าเจ้าไม่อยู่ ไปฝึกฝนที่ด่านปราบปีศาจกับเมิ่งจิ่งโจวมาสิบวันแล้ว”
“ศิษย์พี่ใหญ่บอกว่านางคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกเจ้าสองคนตลอด เห็นว่าพวกเจ้าฝึกฝนที่ด่านปราบปีศาจได้ผลดี เลยแนะนำให้ข้ากับหม่านกู่มาที่นี่ด้วย”
“แต่เดิมยังจะชวนหลี่หาวเหรินมาด้วย แต่ไม่รู้ทำไม ศิษย์พี่ใหญ่บอกว่าตอนนี้หลี่หาวเหรินออกจากสำนักเวิ่นเต๋าไม่ปลอดภัย เลยไม่ให้ออกมา”
“ก็เลยเป็นแบบนี้ พวกเราสองคนก็เลยมา”
ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวฟังจบ เหงื่อเย็นๆ ไหลออกมา ศิษย์พี่ใหญ่นั้นมีหูตาไปทั่วจริงๆ โชคดีที่หลายวันมานี้คอยระวังคำพูดการกระทำไม่ได้พูดถึงศิษย์พี่ใหญ่ในแง่ร้าย โดยเฉพาะเมิ่งจิ่งโจว รู้สึกหวาดกลัวภายหลัง
เขายังจำได้ว่าตอนที่เพิ่งมาถึงป่าทึบ เขายังพูดว่าศิษย์พี่ใหญ่เนรเทศ