าดูว่าอะไรคือการสู้กับคนระดับสูงกว่า
ใครจะคิดว่าพวกในสำนักเวิ่นเต๋านั่นจะแต่ละคนประหลาดกว่ากันไปใหญ่ แม้แต่ในยุคโบราณที่เต็มไปด้วยอัจฉริยะก็ยังติดอันดับต้นๆ นางสู้ไม่ได้เลย
โชคดีที่ภายหลังอาศัยสติปัญญาอันล้ำเลิศของนาง ใช้ร่างของลู่หยางสู้ชนะคนขั้นแปลงร่างเซียนได้ กู้ชื่อเสียงกลับคืนมา
หมูป่าอีกสองตัวเห็นพี่ใหญ่ตาย รีบหนีอย่างตื่นตระหนก
“ไล่ตาม อย่าให้มันหนีไป!”
ลู่หยางเตือนเมิ่งจิ่งโจว
“รู้แล้วน่า ไม่ต้องพูดมาก!”
เมิ่งจิ่งโจวกระโดดลงจากต้นไม้ แบ่งงานกับลู่หยาง คนละตัว
หมูป่าสามตัวนี้เที่ยวอาละวาดไปทั่ว ซุ่มโจมตีผู้บำเพ็ญมนุษย์ ไม่รู้ว่าสังหารผู้บำเพ็ญไปกี่คนแล้ว ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวไม่มีทางปล่อยพวกมันไปแน่
ห้าเซียนเหยี่ยนซานยืนรออยู่ที่เดิม สองสามนาทีต่อมา ก็ได้ยินเสียงต่อสู้ดังมาแต่ไกล เสียงมาเร็วไปเร็ว
พอห้าคนรู้สึกตัว ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวก็ลากหมูป่าคนละตัวกลับมาแล้ว
“อาหารค่ำวันนี้มีแล้ว”
ยามราตรีย่างกราย ไฟสามรสลุกโชน ส่องให้ใบหน้าทั้งเจ็ดคนแดงระเรื่อ หมูป่าตัวหนึ่งถูกวางบนเปลวไฟ ค่อยๆ ย่าง น้ำมันหยดจิ๊บๆ หยดลงบนไฟสามรส เปลวไฟลุกพรึ่บขึ้นสูง
“ไม่นึกว่าชาตินี้พวกเราจะได้กินอาหารที่ใช้ไฟแท้ย่าง ต้องขอบคุณคุณชายลู่นะ”
ห้าเซียนถอนหายใจ ไม่คิดว่าลู่หยางอายุยังน้อย แต่กลับควบคุมไฟแท้ได้แล้ว
ระหว่างที่ลู่หยางย่างอาหาร ห้าเซียนก็ชำแหละหมูป่าอีกสองตัว ก้อนวิญญาณ หนัง เขี้ยว แม้แต่กร