“คงเป็นเพราะสองน้องท่านนี้ช่วงนี้บำเพ็ญเบื่อๆ ไม่มีแรงจูงใจที่จะเลื่อนขั้น ถึงได้มาสนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น สองน้องไปฝึกฝนที่ชายแดนติดกับเขตปีศาจสักหน่อยดีไหม?”
“พี่ใหญ่ มันไม่ค่อย…..”
ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวยังจะคัดค้าน แต่พี่ใหญ่ไม่ฟังเสียงใด คว้าคอเสื้อคนละข้าง เหมือนจับกระต่ายน้อยสองตัว แล้วโยนออกไป
ทั้งสองรู้สึกเพียงว่าทิวทัศน์ตรงหน้าเปลี่ยนไป แล้วก็ปรากฏตัวกลางอากาศ พุ่งไปทางทิศใต้ด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว หรือพูดให้ถูกคือถูกโยนไปทางทิศใต้
ทิวทัศน์รอบข้างเปลี่ยนเร็วเกินไป ทั้งสองคำนวณไม่ได้ว่าความเร็วตอนนี้เท่าไหร่ เห็นเพียงบางครั้งมีเรือบินผ่านไป แวบเดียวก็หายไป หรือไม่ก็มีผู้ทรงพลังบินผ่าน เช่นกันก็แวบเดียวหายไป
ทำเอาผู้โดยสารบนเรือบินและผู้ทรงพลังงุนงง แอบคาดเดาว่าเงาร่างสองสายนี้มีวรยุทธ์ระดับไหนกัน ถึงได้บินเร็วน่าตกใจถึงเพียงนี้
ตุบ!
ทั้งสองตกลงพื้น ล้มหงายหลัง หัวปักดิน เท้าชี้ฟ้า ถูกเถาวัลย์พันไว้
“รู้สึกเหมือนร่างกายจะแยกออกจากกันเป็นชิ้นๆ”
ลู่หยางลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเจ็บปวด ร่างกายเจ็บราวกับถูกแยกชิ้นแล้วประกอบใหม่
“นี่ที่ไหนกัน?”
เมิ่งจิ่งโจวมองไปรอบๆ เขาเห็นป่าทึบรายล้อม มีพืชหายากหลายชนิดขึ้นอยู่แถวนี้ อีกทั้งยังชื้นผิดปกติ
“พี่ใหญ่ก็บอกแล้วไง ให้พวกเราไปฝึกฝนที่ชายแดนติดเขตปีศาจ ที่นี่คงเป็นที่ที่ติดกับเขตปีศาจนั่นแหละ”
ลู่หยางชี้ของพ