“ข้าขอย้ำอีกครั้ง อย่าเลียนแบบข้า”
หยุนจือกำชับซ้ำหลายครั้ง นางกังวลว่าลู่หยางจะคิดสั้น อยากประลองความสามารถกับนาง
“ไม่เลียนแบบเด็ดขาด ไม่มีทาง!”
ลู่หยางรับปากเต็มปากเต็มคำ
“พอแล้ว ข้าจะไปบำเพ็ญแล้ว เจ้าไปเลือกวิธีสร้างแก่นทองคำต่อเถอะ”
“ขอรับ”
หลังจากรู้กระบวนการสร้างแก่นทองคำของพี่ใหญ่ ลู่หยางตัดความคิดที่จะเลียนแบบทิ้งทันที ไม่เหลือแม้แต่น้อย วิธีสร้างแก่นทองคำแบบนี้เกินธรรมดาไปมาก เขาแค่คนมีรากฐานกระบี่ธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่น ไม่มีพรสวรรค์แบบพี่ใหญ่ เมื่อก่อนกลอนเด็กร้องว่า “วิบวับๆ แวววาว ดาวน้อยเต็มฟ้า” ตอนนี้ควรจะเปลี่ยนเป็น “วิบวับๆ แวววาว แก่นทองคำเต็มฟ้า” ไหม? สมเหตุสมผลดี คล้องจองดี
แก้ปัญหาหนึ่งเสร็จ อีกปัญหาก็ผุดขึ้นมาในใจ – พี่ใหญ่อายุเท่าไหร่กันแน่? จะกี่ร้อยปีน่ะ? ลู่หยางรู้สึกคันไม้คันมืออยากสืบหาความจริง ลู่หยางนึกขึ้นได้ว่าด่านแรกของการคัดเลือกเข้าสำนัก คือพี่ไต้ปู้อฟานที่แค่สัมผัสก็รู้รากฐานและอายุของคนอื่น
“เซียน ท่านมีวิชาที่ดูอายุคนอื่นออกหรือไม่?”
“มีสิ”
ลู่หยางแค่ถามเล่นๆ ไม่คิดว่าจะมีจริงๆ สมแล้วที่เป็นเซียน
“ฮิๆ วิชาของข้าไม่ธรรมดานะ ไม่สนใจวรยุทธ์ของอีกฝ่าย มองเห็นอายุของอีกฝ่ายได้เลย”
“เก่งขนาดนั้นเลย?!”
“แน่นอน เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร!”
นี่เป็นวิชาเล็กๆ หรือพูดว่าเป็นเทคนิคเล็กๆ ง่ายต่อการฝึก ท่องภาษายุคโบราณจบ ฝึกสองรอบ ลู่หยางก็เรียนรู้ได้ ลู่หยา