งใช้วิชายุคโบราณ รู้สึกว่าตรงหน้าสว่างโล่ง ราวกับเข้าใจบางสิ่ง
“ลองกับตัวเองก่อน”
ลู่หยางกางมือออก เห็นตัวเลขปรากฏตรงหน้า – สิบหกปี ถูกต้อง ตอนนี้เขาอายุแค่สิบหกปี
“ดูเซียนบ้าง”
ลู่หยางใช้วิชายุคโบราณมองเซียนอมตะที่กำลังสบายใจ ตรงหน้าก็แสดงตัวเลข – สิบหกปี
“หืม?”
แม้เซียนอมตะจะคุยโม้ว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะสาวน้อย ตายตั้งแต่อายุน้อย ปีนี้แค่สิบหกปี ลู่หยางใช้สมองส่วนล่างคิดก็รู้ว่าเป็นเรื่องโกหก สิบหกปีก็เป็นเซียนแล้ว หนึ่งยุคนับเป็นหนึ่งปีหรือไง? ลู่หยางยังสงสัยอยู่จึงไปดูศิษย์พี่ที่เดินผ่านมา ก็แสดงสิบหกปีเหมือนกัน!
“…เซียน วิชาของท่านมีปัญหาหรือเปล่า ทำไมข้าเห็นทุกคนแสดงสิบหกปีหมด?”
คำนึงถึงประวัติสีดำของตัวเอง ลู่หยางสงสัยก่อนว่าตนบำเพ็ญผิด
เซียนอมตะพูดอย่างมีเหตุผล
“เจ้าไม่ต้องสนใจว่าอายุถูกหรือผิด บอกแค่ว่าไม่สนใจวรยุทธ์แล้วเห็นอายุได้ไหมล่ะ!” เซียนอมตะพูดต่อ “ในยุคโบราณ ทุกคนชอบใช้อายุมาจัดลำดับอาวุโส นี่ไม่ดี คนอายุมากพูดก็ถูกหรือ คนอายุน้อยพูดก็ผิดหรือ? ข้าเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์นี้ จึงสร้างวิชาที่มองใครก็อายุสิบหกปีนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ น่าเสียดายที่แนวคิดของข้าก้าวหน้าเกินไปในตอนนั้น ผู้คนยอมรับไม่ได้”
“แนวคิดของท่านก้าวหน้ามากแม้แต่ในตอนนี้”
จะคำนวณอายุของพี่ใหญ่อย่างไรดี? วิธีแรกที่ลู่หยางคิดถึงคือดูว่าเขาเป็นศิษย์รุ่นที่เท่าไหร่ สำนักเวิ่นเต๋า หรือพูดว่าห้าสำนักใหญ่รับศิษย