“เจ้าอยากรู้จริงๆ หรือ?”
“จริงๆ จริงๆ”
ลู่หยางพยักหน้าแรงๆ เหมือนลูกไก่จิกข้าว
หยุนจือครุ่นคิดถึงข้อดีข้อเสีย รู้สึกว่าแค่เล่าให้ฟังก็ไม่เป็นไร ถือว่าตอบสนองความอยากรู้ของน้องชายเล็ก
“ก็ได้ เมื่อเจ้าอยากรู้ ข้าจะเล่าให้ฟัง แต่ข้าขอย้ำอีกครั้ง แค่ฟังเฉยๆ อย่าเลียนแบบข้า”
“ไม่เลียนแบบแน่นอน”
ลู่หยางรับปาก เซียนอมตะก็สนใจวิธีสร้างแก่นทองคำของหยุนจือมาก อยากฟังดูว่าคนรุ่นหลังนี้สร้างแก่นอะไร จะแข็งแกร่งกว่าแก่นไร้เทียมทานของตนได้หรือ?
“เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน…”
หยุนจือจมอยู่ในห้วงความทรงจำ
ลู่หยางหลุดปากออกมา น้ำเสียงปิดความประหลาดใจไม่มิด
“หลายร้อยปีก่อน?!”
พี่ใหญ่เป็นหญิงงามเย็นชาผู้หนึ่ง ดูราวอายุยี่สิบกว่า เดินไปตามถนนกับลู่หยางดูเหมือนพี่น้องกัน อีกทั้งท่าทีที่หยุนจือมีต่อลู่หยางก็ไม่เหมือนผู้อาวุโส แต่เหมือนเพื่อนร่วมวัยที่แก่กว่าห่วงใย ทำให้ลู่หยางมักเข้าใจผิดว่าพี่ใหญ่อายุใกล้เคียงกับตน ตอนนี้พี่ใหญ่เพิ่งเล่าเรื่องสร้างแก่นทองคำก็บอกว่าเป็นเรื่องเมื่อหลายร้อยปีก่อน ลู่หยางถึงได้ตระหนักว่า พี่ใหญ่เป็นศิษย์ที่มีอาวุโสสูงสุด อายุจริงมากกว่าที่ตนคิดไว้มาก
พี่ใหญ่อายุเท่าไหร่กันแน่? หลายร้อยปี? จะใกล้พันปีหรือเปล่า?
กระบวนความคิดข้างต้นดูซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วเกิดขึ้นในชั่วความคิดเดียว เร็วดุจสายฟ้า ลู่หยางผ่านความคิดเหล่านี้ไป ไม่ทันได้คิดอะไร พูดความคิดจริงออกมาเลย พูด