“เจ้าแน่ใจหรือว่าอดีตชาติของเจ้าคือประมุขลัทธิจิ่วอิ่ว?”
ลู่หยางมองหลี่หาวเหรินตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ว่าอย่างไรก็เชื่อมโยงเขากับประมุขลัทธิจิ่วอิ่วไม่ได้
หลี่หาวเหรินลังเลก่อนตอบ
“น่าจะใช่ อี้เหรินเคยบอกไว้ไม่ใช่หรือว่า เมื่อระดับขั้นของข้าสูงขึ้น จะได้รับเศษความทรงจำบางส่วน นึกถึงเรื่องในอดีตชาติได้”
“เมื่อครู่พอข้าขึ้นสู่ขั้นสร้างฐานระดับกลาง ในสมองก็มีภาพปรากฏขึ้นมา”
“ในภาพมีชายชุดดำคนหนึ่ง น่าจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของข้า รอบข้างมืดสนิท มองไม่เห็นฉากรอบข้าง”
“ผู้ใต้บังคับบัญชาถือกระดาษหลายแผ่น พูดว่า ‘ท่านประมุข นี่คือรายรับรายจ่ายหินวิเศษของลัทธิเราในหนึ่งปี โปรดตรวจสอบด้วย’ หลังจากข้ารับมา เห็นตัวอักษรบรรทัดแรกบนกระดาษเขียนว่า ‘รายรับรายจ่ายหินวิเศษของลัทธิจิ่วอิ่ว’”
“ข้ายังไม่ทันได้ดูเนื้อหาด้านหลัง ภาพก็หายไป”
“เขาเรียกข้าว่าท่านประมุข แล้วยังให้ข้าดูบัญชีของลัทธิจิ่วอิ่ว ตัวตนในอดีตชาติของข้าก็ชัดเจนแล้ว”
ลัทธิจิ่วอิ่ว หนึ่งในสี่ลัทธิมารใหญ่
เช่นเดียวกับที่ผู้คนไม่รู้ว่าประมุขลัทธิอมตะแซ่อะไรชื่ออะไร พวกเขาก็ไม่รู้ชื่อของประมุขลัทธิจิ่วอิ่วเช่นกัน
ตอนนี้ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวรู้แล้วว่า เขาชื่อชิ่นห่าวเหริน
ลู่หยางก้มหน้าครุ่นคิด พูดแบบนี้ หลี่หาวเหรินก็คือการกลับชาติมาเกิดของประมุขลัทธิจิ่วอิ่วจริงๆ
เขามองไปที่เมิ่งจิ่งโจว อีกฝ่ายก็กำลังครุ่นคิดอย่างหนัก “เจ้าคิดอย่างไร?”
เ